ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงกลางปี ในแวดวงการตลาดออนไลน์ เรื่องการทำ Digital Marking ในปี 2017 นี้ ยังได้รับความนิยม และมีแต่จะเพิ่มความนิยมกันตลอดทั้งปี และยังเป็นแนวทางที่จำนำมาใช้ในการทำการตลาดหรือโฆษณาออนไลน์ เรามาลองดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง 1.Content Marketing ยังคงเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง ที่นำมาใช้ในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ content ที่นิยมใช้กัน เช่น บทความ วิดิโอ และ Infographic โดยในแต่ละประเภทจะมีเนื้อหาที่มีความรู้หรือไม่มีก็ได้ แต่จะให้ คุณค่า ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ เหตุผลที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งก็คือ กลุ่มเป้าหมายจะเข้ามาหาเราเอง เมื่อเราทำ content ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 2.Big data ในความหมายของวงการไอที Big data เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ โดยจะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่ URL จนถึง รูปภาพ วิดิโอต่าง ๆ ซึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนี้ สามารถนำมาใช้ใน Digital Marking ได้ ซึ่งใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น
รายงานอินเทอร์เน็ตเทรนด์ประจำปีโดย Mary Meeker นักการตลาดชื่อดังที่ออกมาบอกเราถึงเทรนด์ของโลกออนไลน์ทุกปี ปีนี้ให้จับตาดูที่การเติบโตของมือถือ โดยเฉพาะบนโซเชียลที่จะมาควบคุมการใช้งบประมาณเพื่อการโฆษณาจำนวนมากและเวลาที่ผู้ใช้งานจะอยู่กับมัน วันนี้เรารวบรวม 7 ข้อที่น่าสนใจของปีนี้มาให้ดูกัน 1.เดสท็อปทำเงินสู้มือถือไม่ได้ หากคุณเป็นนักการตลาดคงเบื่อที่จะได้ยินคำว่ายุคแห่งมือถือ แต่นั่นยังคงเป็นเรื่องจริง เพราะการโฆษณาทางมือถือยังคงทำเงินได้มากกว่าบนเดสท็อปแบบทิ้งห่าง โดยรายได้จากการโฆษณาทางอินเทอเน็ตในปี 2015 นั้นอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากปีก่อนหน้า 20% ซึ่งรายได้จากโฆษณาบนมือถือเพิ่มขึ้น 66% ในขณะที่บนเดสท็อปเพิ่มขึ้นเพียง 5% นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่กับมือถือ 25% และอยู่กับเดสท็อปเพียง 22% 2. เกมของ Google และ Facebook ต้องยอมรับว่า Mark Zuckerberg สร้างโลกแห่งการโฆษณาที่ทรงพลังขึ้นมา รายได้จากการโฆษณาบนเฟซบุ๊คเติบโตขึ้นถึง 59% ระหว่างปี 2014 – 2015 ด้วยปริมาณโฆษณาบนมือถืออันมหาศาล ในขณะที่ Google เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกัน ดูเหมือนจะน้อยกว่าเฟซบุ๊คเยอะ แต่เจ้าอื่นๆ เพิ่มมาเพียง 13% เท่านั้น 3.
จากผลการสำรวจฉบับล่าสุดของ “วีซ่า” พบว่า คนไทยให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากกว่าความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชำระเงินด้วยบัตรแบบไร้สัมผัส (Contactless Card) หรือ “โมบาย วอลเล็ต” (Mobile Wallet) ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้วิธีชำระเงินผ่านระบบไร้สัมผัสมากขึ้นเมื่อพวกเขามั่นใจว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงมากพอ การศึกษาเรื่องวิธีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและกระเป๋าสตางค์ดิจิตอล (Digital Wallet) จัดทำขึ้นโดยบริษัท “ยูโกฟ” (YouGov) ในนามของ “วีซ่า” โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามชาวไทยจำนวน 750 คนเพื่อประเมินทัศนคติสำหรับการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลี่อนที่และระบบไร้สัมผัส เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 พบว่า คนไทยส่วนมาก (82%) เชื่อว่าความปลอดภัยมีความสำคัญมากกว่าความสะดวกสบายเมื่อนึกถึงการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือระบบไร้สัมผัสด้วยการเติบโตอันรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ “ฟินเทค” (FinTech) ที่ภาครัฐบาลและเอกชนกำลังใช้แนวทางต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำธุรกรรมทางเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเป็นเจ้าของอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับคนไทยอยู่ในอัตราที่สูง แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับบริการทางการเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ยังค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งเกิดจากผู้บริโภคชาวไทยยังไม่ตระหนักถึงความก้าวหน้าของความปลอดภัยในโลกออนไลน์และเทคโนโลยีเท่าที่ควร   อ่างอิง //manager.co.th