เพื่อนๆคงทราบกันดีว่า แผนที่ของ Google Map นั้นก็มีความผิดพลาดกันบ้าง ก่อนใช้ก็พินิชพิเคราะห์กันดีๆ แต่ล่าสุดบริษัทรับรื้อบ้านในสหัฐพลาดอย่างแรง  Billy L Nabors Demolition บริษัทรับจ้างรื้อทำลายสิ่งก่อสร้าง คนงานของพวกเขาใช้ Google map ในการรื้อบ้าน แล้วบังเอิญผิดหลัง เหตุเพราะคนงานของ Billy L Nabors Demolition นั้นให้การว่าบ้านที่พวกเขาต้องไปทุบทำลายคือบ้านเลขที่ 7601 ซอย Cousteau Drive พวกเขาได้ค้นหาตำแหน่งบ้านหลังดังกล่าวใน Google Maps ซึ่งบังเอิญดันระบุตำแหน่งบนภาพบ้านหลังที่จะซวยนี้เลขที่บ้าน 7601 เหมือนกัน หากแต่อยู่คนละซอย ทำให้พวกเขาเหล่าคนงานตัดสินใจทุบบ้านทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบซ้ำที่หน้างานอีกครั้งจนเป็นที่มาของการทุบบ้านผิดหลัง   โดยเจ้าของบ้านผู้ดวงซวยคือ Lindsay Diaz บ้านของเธอและเพื่อนบ้านในเมือง Rowlett รัฐ Texas ต่างโดนพายุทอร์นาโดถล่มไปเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปีก่อน Diaz ตัดสินใจว่าเธอจะซ่อมบ้านของเธอและเพิ่งได้รับอนุญาตจากทางการให้ทำการซ่อมแซมบ้านได้ แต่ไม่กี่วันให้หลังเธอก็ต้องตะลึงเมื่อได้เห็นว่ามีคนงานมาทุบทำลายบ้านของเธอไปแล้วเรียบร้อย   ที่มา: Blognone อ่านข่าวการตลาดออนไลน์ รับดูแลเพจ Facebook ได้ที่ :
  ข่าวดี Facebook กำลังจะมีปิดแจ้งเตือน Live แล้วนะ หลังจากที่พยายามดันแจ้งเตือน Live บน notification มาซักพัก เริ่มมีเสียงบนรำคาญออกมาจากผู้ใช้มากมาย ‘’ ชั้นไม่ได้สนใจเพจนี้ ขนาดต้องมาแจ้งเตือนกันหลอกนะ! ’’  ซึ่งทางฝั่ง Facebook ก็ไม่สามารถต้านทานแรงจากฝั่งผู้ใช้ได้ ออกมายอมรับและบอกว่ากำลังจะเปิดตัวเลือกให้ปิดแจ้งเตือน Live ทั้งหมดได้
เป็นตัวอย่างที่ดี การที่ ไมโครซอฟท์ประเทศไทยประกาศเปิดตัว Microsoft Online Store ประเทศไทย บนเว็บ Lazada เว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์อันดับต้นๆของไทย สิ่งที่น่าสนใจคือ
เร็วๆนี้ กูเกิลเข้ามาซื้อกิจการในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก โดยซื้อแอพแชทสำหรับการทำงานที่ชื่อว่า Pie โดยเป็นของบริษัทในสิงคโปร์ กูเกิลอธิบายต่อว่าที่ซื้อ Pie เพราะต้องการเพิ่มวิศวกรในสิงคโปร์ และเตรียมแผนสำหรับปั้นสิงคโปร์เป็นฮับด้านวิศวกรรมแห่งใหม่ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้นกูเกิลยังประกาศรับวิศวกรประจำสาขาสิงคโปร์ และนักศึกษาฝึกงานระยะเวลา 12 สัปดาห์อีกด้วย ที่มา: Blognone
Facebook กำลังจะมีเรื่องสนุกๆมาแล้วซิ เพื่อนๆคงเคยได้ยินมาแล้วว่า Facebook จะทำปุ่ม Dislike แต่ไม่ใช่ปุ่ม Dislike แบบที่เราเข้าใจแน่นอน แต่จะเป็นปุ่มที่แสดงได้มากกว่าแค่ชอบ ซึ่งเริ่มทดสอบไปแล้วในบางประเทศ ล่าสุด Chris Cox หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังจะเปิดฟีเจอร์นี้ให้ใช้กันทั่วโลกเร็วๆ นี้
เผื่อเพื่อนที่ยังไม่รู้จัก Nielsen ขอเกรินก่อนว่า Nielsen คือบริษัท วิจัยเกี่ยวกับการตลาด โดยสถานการณ์ของ Nielsen  ณ เวลานี้ กำลังเผชิญข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพในการวัดจำนวนที่แท้จริงของผู้ชมโทรทัศน์ เพราะผู้ชมส่วนใหญ่มักเสพสื่อกันหลายหน้าจอ ทำให้ต้องเพิ่มโซเชียลเข้ามาเป็นหนึ่งในช่องทางที่จะวัดเรทติ้งด้วย โดยทาง Nielsen มีแผนที่จะสร้าง Social Content Rating ซึ่งจะเป็นการจัดทำข้อมูลแบบใหม่ คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2016
เดี๋ยวนี้ e-Commerce มาแรงครับ การที่แม่ค้าพ่อค้าต่างๆจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหายอดผู้ชมในเว็บไซต์ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือ ลูกค้าจำชื่อเว็บไม่ได้ วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ สาเหตุที่ยอดผู้ชมน้อยและวิธีแก้มาฝากครับ ลองไปอ่านกันเลย 1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ   2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ   3.เว็บไซต์ไม่น่าสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง   4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง
ช่วงวันหยุดยาว หน้าฟีด Instagram(อินสตาแกรม) มักเต็มไปด้วยรูปวันหยุดพักผ่อนอันน่าอิจฉาของเพื่อนๆ รูปการท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ และเดย์ทริปต่างๆ นั่นเพราะการที่ Instgram เน้นโชว์ภาพ และมีฟังก์ชั่นติดแท็กสถานที่ ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะมากๆ ในการโชว์ภาพการท่องเที่ยวและผจญภัย วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Instagram มาฝาก 48% ของผู้ใช้ ใช้ Instagram เพื่อหาสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใหม่ๆ และอีก 35% ใช้เพื่อค้นหาสถานที่แปลกใหม่อื่นๆ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ Travel Brand ในการแทรกตัวเข้าไปเพื่อโปรโมทสินค้า แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะผู้ใช้ส่วนมากเชื่อภาพถ่ายที่เห็นจากวันหยุดของเพื่อนมากกว่าภาพที่มาจากบริษัทหรือแบรนด์ นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เราขอนำเสนอ 3 ทิปส์ดีๆ สำหรับ Travel Brand ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทาง Instagram ในแบบที่ถูกต้องและเพิ่ม Engagement อย่างแท้จริง   1. เลือกนักเดินทางให้ถูกกลุ่ม การท่องเที่ยวมีหลายแบบ และนักท่องเที่ยวแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างเป็นของตัวเอง กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบที่พักหรูหรา หรือชอบพักแบบสัมผัสธรรมชาติ? เขาอยากเห็นตึกรามบ้านช่องที่สวยงาม หรืออยากเห็นทัศนียภาพสุดสายตาของภูเขา? เขาชอบตามรอยวัฒนธรรม ดูแสงสีในยามค่ำคืน หรือเป็นนักชิมตัวยง? เราจึงต้องวิจัยและค้นหาว่าแท้จริงแล้วอะไรกันแน่ที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา   2.