Viral Marketing (ไวรัล มาเก็ตติ้ง) หรือ การตลาดแบบปากต่อปาก เป็นการตลาดที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์ บนโลก Social Media เช่น Facebook, Twitter โดยเฉพาะใน YouTube ในการทำให้แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มลูกค้าใหม่ ในระยะเวลาอันสั้น หรือ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดด้านอื่นด้วย โดยใช้หลักการเดียวกับการแพร่เชื้อไวรัสที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นลักษณะการบอกต่อ ปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า Word-of-Mouth (WOM) เหมือนกับการใช้ดีแล้วบอกต่อ โดยหลักการทำงานเพียงแค่ปล่อยให้กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าของคุณแชร์หรือส่งต่อแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจ ไปยังเพื่อน และคนอื่น ๆ เมื่อมีการส่งต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จะมีความต้องการในการรับชมแคมเปญ เพื่อที่จะได้รู้ว่า เป็นอย่างไร เมื่อคนเหล่านั้นได้รับชมแล้วถูกใจ ก็จะส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยในยุคที่ Social Media กำลังเป็นที่นิยม ก็จะยิ่งแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว Viral Marketing ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่แค่ช่องทางของ Social Media อาจจะไปอยู่บนเว็บอื่นบนอินเตอร์เน็ต ข้อดีของ Viral Marketing ใช้ต้นทุนน้อย

เจ้า Cinemagraph เกิดจากการรวมคำระหว่าง Cinema (ภาพยนต์หรือวิดีโอ) และ Phtograph (ภาพนิ่งหรือภาพถ่าย) แล้วกลายมาเป็นภาพถ่ายที่มีบางส่วนของภาพที่ขยับได้ หรือเป็นการผสานกันของภาพนิ่งและองค์ประกอบที่เคลื่อนไหว กลายเป็นความภาพที่ดูเป็นศิลปะในการถ่ายทอดเรื่องราวให้ภาพได้อย่างล้ำลึกและน่าสนใจ เพื่อนๆสามารถดูตัวอย่างงาน Cinemagraph เจ๋งๆ ได้ใน Hashtag #Cinemagraph ใน Instagram แล้วคล้ายกันของ Cinemagraph กับ .Gif นั้นถือว่าคล้ายกันอยู่พอสมควร แต่ Cinemagraph แสดงออกทางศิลปะมากกว่า เมื่อถูกจัดวางอย่างดีและมี Impact มากกว่าภาพถ่ายหรือคลิปวิดิโอทั่วไป สร้างการจดจำให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ความนิยมของ Cinemagraph ได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจาก Facebook และ Instagram ปล่อยฟังก์ชัน Auto play ในวิดีโอ แบรนด์จึงสามารถนำ Cinemagraph ไปประยุกต์ใช้ได้โดยเป็นการนำเสนอที่แตกต่าง และสวยงามกว่าวีดีโอแถมยังเข้าใจได้ง่ายกว่าด้วย ผลการสำรวจพบว่าโอกาสที่ Cinemagraph จะกลายไปเป็น Viral มีสูง และมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคแบบ Organic reach สูงกว่าภาพนิ่งธรรมดาถึง 71% ที่มา: brandbuffet.in.th

การที่ตลาดโมบายทั่วเอเชีย แปซิฟิคเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น หมายถึงการเติบโตของการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในภูมิภาคนี้ให้มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ (ที่มา: eMarketer เดือนธันวาคม 2015) จากรายงานของ eMarketer อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เป็นประเทศที่มีประชากรเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของโลก โดยยังคาดการณ์ว่า อัตราการเข้าถึงนี้จะโตขึ้นมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2019 เอเชีย แปซิฟิคถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตใหญ่ที่สุดและสูงสุดสำหรับ Facebook โดยมีผู้ใช้งาน Facebook ต่อวันสูงกว่า 300 ล้านคน ในช่วงไตรมาสสามของปี 2015 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปี 2014 ในขณะที่ผู้ใช้งาน Facebook ต่อเดือนนั้นอยู่ที่ 522 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างอินโดนีเซียและอินเดียส่งผลอย่างมากต่อการเติบโตอันรวดเร็วนี้ ซึ่งปัจจัยกระตุ้นมาจากการเติบโตและการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มสูงขึ้น 2015 เป็นปีที่ Facebook เปิดสำนักงานสองแห่งในภูมิภาคเอเชีย ที่หนึ่งคือไต้หวันและอีกที่คือประเทศไทย ทั้งนี้ 70

หลังจากมีข่าวการพัฒนา Android Wear ของ TAG Heuer มาอย่างยาวนาน ในที่สุดทาง TAG Heuer ก็ได้เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ในชื่อเรียกว่า TAG Heuer Connected TAG Heuer Connected เป็น Android Wear ที่แพงและแรงที่สุด ณ เวลานี้ ด้วยราคาเปิดตัวถึง $1500 หรือประมาณ 54,000 บาท ที่จริงราคานี้ก็ไม่แพงเท่าไหร่สำหรับค่ายนี้ แต่อาจจะสูงมากทีเดียวสำหรับอุปกรณ์อย่าง Android Wearฃ แม้ว่าจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่สเปคก็เทพตามราคา TAG Heuer Connected มาพร้อมกับตัวเรือนทำจากไทเทเนี่ยม, กระจกหน้าจอแซฟไฟร์, กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67 มาดูภายในกันบ้างใช้ซีพียูตัวใหม่จากอินเทล Intel Atom 1.6GHz, แรม 1GB, หน่วยความจำภายใน 4GB และแบตเตอรี่ความจุ 410mAh แรงกว่า Android Wear ทุกตัวในท้องตลาดอย่างมาก และหน่วยจำมากกว่าถึง 2 เท่า ใครสนใจสามารถที่จะสั่งซื้อได้แล้วผ่านหน้าเว็บไซต์ของ TAG Heuer มีสายให้เลือกหลายสีทีเดียว ส่วนทีมงานไทยแวร์สู้ราคาไม่ไหว คงได้แต่มอง

เหล่า Celeb ที่อวดหุ่นสวยอยู่ตอนนี้ มีใครบ้างหนอ ตามไปดูกันดีกว่าว่าเขามีวิธีอย่างไร มาเกาะกระแส Trend Healthy กับเขากัน พอดีไปเจอใน IG แอบเห็นเจ้าหญิงแห่งวงการไอที ซี ฉัตรปวีณ์ และพี่ๆ แก๊งค์นางฟ้า วุ้นเส้น และ เจนสุดา ปานโต โพสต์ท่าออกกำลังกายอวดหุ่นสวย เลยอยากรู้ว่าเขาทำยังไง หุ่นถึงได้สวยเป๊ะเวอร์ขนาดนี้?   ไปสืบมาแล้วค่ะ ว่าเหล่าคนดัง เค้าใช้ แอพฯ MTL Fit กัน อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าดียังไง คุณซี ฉัตรปวีณ์ ทั้งสวย ทั้งหุ่นดี กับการโพสต์ท่าออกกำลังกายด้วยแอพฯ MTL Fit แก๊งนางฟ้า วุ้นเส้น และ เจนสุดา ปานโต ก็ยังใช้แอพฯ MTL Fit เลย แอพฯ MTL Fit ช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้ทุกสัดส่วน แถมทำเองได้ที่บ้าน ง่ายๆ เพียงวันละ

  อย่าเพิ่งให้การ SKIP กลายเป็นเรื่องเคยชินของคุณ เพราะต่อไปนี้ คุณไม่ต้องเลือกที่จะ SKIP หรือมองข้ามปัญหาผมสวยหรือรังแคอีกต่อไป CLEAR COMPLETE SOFT CARE ช่วยให้คุณมีทั้งผมนุ่มสวยและไร้รังแคมากวนใจได้ในขวดเดียว   CLEAR จึงผุดไอเดียเจ๋ง กับ ครั้งแรกของโฆษณาบน YouTube ที่ทำให้คุณไม่ต้องกด SKIP อย่างที่เคย เหมือนกับปัญหาผมสวยและปัญหารังแคที่คุณไม่ต้องเลือกมองข้ามอีกต่อไป เพราะ CLEAR COMPLETE SOFT CARE ที่มาพร้อม NUTRIUM 10 บำรุงเพิ่มเป็น 2 เท่าให้คุณไร้กังวลเรื่องรังแคและแคร์เรื่องผมให้นุ่มสวยได้ในเวลาเดียวกัน รู้แบบนี้ สาวๆก็ไม่มีอะไรที่จะต้องซ่อนอีกต่อไป พร้อมอวดผมสวยไร้รังแคกันได้เต็มที่ กับ Clear Complete Soft Care ขวดเดียวคอมพลีตเลย ที่มา thaimarketing.in.th

ข่าวนี้ใกล้ตัวสำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพราะ Google ได้ประกาศเริ่มให้บริการะบบจ่ายเงินAndroid Pay แล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2558 ซึ่ง Android Pay คือชื่อใหม่ของ Google Wallet โดยรวมเอาเทคโนโลยี Softcard ของ Verizon AT&T และ T-Mobile มารวมกับเทคโนโลยีเดิมของ Google ทำให้สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่นของทั้ง 3 บริษัทที่ใช้ Android ทั้งนี้ยังใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น   โทรศัพท์ Android ที่รองรับ Android Pay ได้นั้น ต้องเป็น Android 4.4 ขึ้นไป  มี NFC ในตัว และรองรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต จาก Visa , Master Card  American Express, Discover จาพสถาบันการเงินในสหรัฐ เบื้องต้นใช้ได้เฉพาะร้านค้าในสหรัฐกว่า 1 ล้านแห่ง ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นใช้ระบบ Token Google ให้บริการ Android Pay โดยระยะแรกนี้รองรับการชำระเงินผ่านทาง Android Pay ด้วย NFC ตามร้านค้าต่างๆ เหมือน Apple Pay   แต่ในอนาคต

และช่วงไฮไลต์เปิดตัวตอนท้ายๆ สุด ซึ่งหลายท่านรอคอยนั่นคือ การเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่ประจำปี 2015 ซึ่งปีนี้เปิดตัวถึง 2 รุ่นเหมือนปีที่แล้ว โดยรุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ iPhone 6S และ iPhone 6S Plus ซึ่งเป็นไปตามข่าวหลุดตามสื่อต่างๆก่อนหน้านี้  ซึ่งใช้วัสดุอลุมิเนียมเกรด 7,000   มาถึงฟีเจอร์เด่นไฮไลต์ของ iPhone 6S และ iPhone 6S Plus คือ 3D Touch พัฒนามาจาก Force Touch บนนาฬิกา Apple Watch ซึ่งด้วยการกดค้างบนหน้าจอ จะขึ้นเมนูรายการใหม่ Popup ขึ้นมา เหมือนการคลิกขวาของ Windows โดยกลไกตามแรงกดผ่าน Taptic Engine ที่จะสั่นเมื่อเรียกฟีเจอร์ที่ลึกกว่านั้น เปรียบเที่ยบขนาดของ iPhone ตั้งแต่ iPhone 5S จนถึง iPhone 6S ,6S Plus อีกอย่างที่ใหม่กว่า iPhone รุ่นอื่นๆหรืออุปกรณ์ iOS รุ่นอื่นๆ นั่นคือ Touch ID รุ่นที่ 2 ที่รองรับการสแกนลายนิ้วมือทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น

SoloCam ไม้เซลฟี่แบบใหม่ที่มาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว ช่วยให้คุณหรือใครก็สามารถอัดวีดีโอได้เสมือนกับคุณมาพร้อมตากล้องส่วนตัว ผลงานการออกแบบของกลุ่มสตาร์ทอัพในประเทศอิสราเอล ด้ามจับของไม้เซลฟี่ SoloCam จะมีลักษณะเป็นไมโครโฟนที่สามารถบันทึกเสียงได้จริง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเป็นนักข่าว หรือพิธีรายการที่ต้องการรายงานสถานการณ์สดได้เป็นอย่างดี ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอลทั่วไป หรือแม้แต่กล้อง GoPro ก็ใช้ร่วมกันได้ผ่านการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ และสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องเทเลพร๊อมพ์เตอร์ได้ (การแสดงข้อความหรือสคริปบนหน้าจอ) ถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่น่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับอาชีพนักข่าวหรือพิธีกรรายการที่ต้องใช้การรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ให้มากกว่าความบันเทิง ลองไปชมคลิปตัวอย่างกันค่ะ ที่มา thaimarketing.in.th

Coco-Cola ปล่อยแคมเปญ “Heritage Tattoo Cans” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล “Hispanic Heritage Month” ของคนอเมริกันเชื้อสายลาติน โดยการพิมพ์ชื่อสกุลของคนเชื้อสายลาตินไว้ข้างกระป๋อง แต่ความพิเศษอยู่ที่ เมื่อนำกระป๋องนั้นมาแนบร่างกายก็จะกลายเป็นรอยสักได้ทันที ในวันที่ 15 กันยายนถึง 15 ตุลาคมของทุกปี จะเป็นช่วงเทศกาล “Hispanic Heritage Month” ที่เป็นเทศกาลให้ชาวอเมริกันเชื้อสายลาตินได้ร่วมกันเฉลิมฉลองถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวลาติน และมีอีกหนึ่งสิ่งที่ชาวลาตินถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและพวกเขาต่างก็รู้สึกภูมิใจสุด ๆ นั่นก็คือ ชื่อสกุล (Last name) เพราะมันหมายถึงตัวแทนของบรรพบุรุษและชาติตระกูลของพวกเขานั่นเอง Coco-Cola จึงได้ออกแคมเปญ “Heritage Tattoo Cans” ที่เอาชื่อสกุลของคนอเมริกันเชื้อสายลาติน มาพิมพ์ลงข้างกระป๋องโค้ก เป็นการต่อยอดจากแคมเปญ Share A Coke แต่คราวนี้พิเศษตรงที่กระป๋องที่มีการพิมพ์ชื่อลงไปนั้น สามารถเปลี่ยนมาเป็นรอยสักบนร่างกายได้ เพียงแค่เอากระป๋องไปแนบร่างกายของเราเท่านั้น ลองไปชมคลิปกันค่ะ นอกจากนี้โค้กยังชวนให้คุณมาแบ่งปันความภาคภูมิใจไปยังคนในครอบครัว ได้ด้วยการแชร์ภาพโค้กที่มีชื่อสกุลของพวกเขาผ่าน hashtag #OrgullosoDeSer (Proud to Be) แล้วตามด้วยชื่อสกุลของพวกเขานั่นเอง ที่มา

TOP