Twitter รอบนี้ท่าจะปรับโฉมใหม่ตั้งแต่ข่าวhttp://www.thaidigitalmarketing.com/?p=3361 ล่าสุดเปิดตัวโฆษณาประเภท First View เป็นโฆษณาแบบวิดีโอที่อยู่บนสุดหรือหน้าแรกของ Timeline เพื่อให้แบรนด์สามารถทำการตลาดออนไลน์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้สูงสุด ตอนนี้โฆษณาประเภท First View สามารถเปิดให้ใช้ใน US เท่านั้น และจะเปิดให้ใช้ทั่วโลกอีกไม่กี่เดือนนี้เอง ที่มา -blognone.com

แหล่งข่าว BuzzFeed อ้างวงในว่า Twitter เตรียมเปิดตัวระบบไทม์ไลน์แบบใหม่ที่ไม่เรียงตามลำดับเวลา (algorithmic timeline) ในสัปดาห์หน้า “เป็นอย่างเร็ว” แบบใหม่ไทม์ไลน์แบบใหม่จะเรียงข้อความทวีตตาามอัลกอริทึมที่ผู้ใช้น่าจะชอบ (ลักษณะเดียวกับ Facebook) ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าไทม์ไลน์แบบนี้จะเปิดใช้เป็นค่าดีฟอลต์ หรือเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเท่านั้น ก่อนหน้านี้มีข่าวอยู่เรื่อยๆ ว่า Twitter เตรียมแก้ปัญหาข้อความตามลำดับเวลาไหลตกเร็วเกินไป จนผู้ใช้อาจพลาดข้อความสำคัญได้ การนำอัลกอริทึมมาช่วยจัดเรียงก็ถือเป็นแนวทางแก้ไขแบบหนึ่งที่เป็นไปได้   ที่มา :blognone.com

วันนี้เป็นต้นไป พวกเราจะมีพื้นที่บน Instagram มากขึ้น เพราะ Instagram จะยกระดับเวลาการโฆษณา จาก 30 วินาที เป็น 60 วินาที โดยเริ่มจากโฆษณาของ T-Mobile และ Warner Brothers ซึ่ง Instagram ให้เหตุผลว่านักโฆษณามีสิ่งที่อยากแสดงมากมาย และต้องการทางเลือกมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ การที่ Instagram เพิ่มเวลาโฆษณาวิธีดึงส่วนแบ่งโฆษณาจากทีวีมาลงใน social network ให้มากขึ้น โดย Instagram จะใช้วิธีค่อยๆ สร้างความเคยชินกับโฆษณา โดยเริ่มจากโฆษณารูปภาพอย่างเดียว, ตามมาด้วยวิดีโอ 15 วินาที, โฆษณารูปภาพคลิกได้, เพิ่มความยาววิดีโอขึ้นเรื่อยๆ   เอาหละ นักการตลาดออนไลน์ทั้งหลาย ได้เวลาที่พวกเจ้าจะไปโลดแล่นบน Instagram แล้ว ขอให้ใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นมานี้ เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นให้พวกเราได้ใส่ไอเดียกันเต็มที่  May the force be with you

Facebook กำลังจะมีเรื่องสนุกๆมาแล้วซิ เพื่อนๆคงเคยได้ยินมาแล้วว่า Facebook จะทำปุ่ม Dislike แต่ไม่ใช่ปุ่ม Dislike แบบที่เราเข้าใจแน่นอน แต่จะเป็นปุ่มที่แสดงได้มากกว่าแค่ชอบ ซึ่งเริ่มทดสอบไปแล้วในบางประเทศ ล่าสุด Chris Cox หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังจะเปิดฟีเจอร์นี้ให้ใช้กันทั่วโลกเร็วๆ นี้

เพื่อนๆคงเคยได้ยิน Starbucks ไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่ขายประสบการณ์ในการดื่มกาแฟ นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนในคำพูดนี้ แต่ต่างกันตรงประสบการณ์ครั้งนี้นำ Digital Markrting มาใช้ครับ Starbucks และ Spotify ที่ร่วมมือกันทำให้ลูกค้าทั้ง 2 บริการสามารถบันทึกเพลงที่ได้ยินจากร้าน Starbucks มาฟังบน Spotify ได้ทุกที่ทุกเวลา เบื้องต้นคุณสมบัติใหม่ในแอพพลิเคชัน Starbucks นี้จะรองรับพื้นที่ร้าน Starbucks มากกว่า 7,500 สาขาในสหรัฐฯ

Pagemodo บริษัทที่รับออกแบบรูปภาพ และบริการการสื่อสารในโซเชี่ยลมีเดีย ได้รวบรวมขนาดภาพต่างๆ ที่ใช้ในโซเชี่ยลมีเดียยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, Youtube ฯลฯ มานำเสนอในรูปแบบ  Infographic ที่นักการตลาดและนักออกแบบทั้งหลายบนโลก Digital ควรรู้ไว้….ไม่ใช่ซิควรคลิกขวาแล้ว Save As กันไปเลย   ที่มา: brandbuffet.in.th

เดี๋ยวนี้ e-Commerce มาแรงครับ การที่แม่ค้าพ่อค้าต่างๆจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหายอดผู้ชมในเว็บไซต์ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือ ลูกค้าจำชื่อเว็บไม่ได้ วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ สาเหตุที่ยอดผู้ชมน้อยและวิธีแก้มาฝากครับ ลองไปอ่านกันเลย 1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ   2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ   3.เว็บไซต์ไม่น่าสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง   4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง หรือติดตั้งเว็บบอร์ด เพื่อให้คนทั่วไปเข้ามาพูดคุยหรือเพิ่มข้อมูลให้กับเว็บไซต์ได้   5.เว็บไซต์คู่แข่งดูดีและน่าสนใจมากกว่า 

เดี๋ยวนี้ e-Commerce มาแรงครับ การที่แม่ค้าพ่อค้าต่างๆจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหายอดผู้ชมในเว็บไซต์ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือ ลูกค้าจำชื่อเว็บไม่ได้ วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ สาเหตุที่ยอดผู้ชมน้อยและวิธีแก้มาฝากครับ ลองไปอ่านกันเลย 1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ   2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ   3.เว็บไซต์ไม่น่าสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง   4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง

ช่วงวันหยุดยาว หน้าฟีด Instagram(อินสตาแกรม) มักเต็มไปด้วยรูปวันหยุดพักผ่อนอันน่าอิจฉาของเพื่อนๆ รูปการท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ และเดย์ทริปต่างๆ นั่นเพราะการที่ Instgram เน้นโชว์ภาพ และมีฟังก์ชั่นติดแท็กสถานที่ ทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะมากๆ ในการโชว์ภาพการท่องเที่ยวและผจญภัย วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Instagram มาฝาก 48% ของผู้ใช้ ใช้ Instagram เพื่อหาสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใหม่ๆ และอีก 35% ใช้เพื่อค้นหาสถานที่แปลกใหม่อื่นๆ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ Travel Brand ในการแทรกตัวเข้าไปเพื่อโปรโมทสินค้า แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะผู้ใช้ส่วนมากเชื่อภาพถ่ายที่เห็นจากวันหยุดของเพื่อนมากกว่าภาพที่มาจากบริษัทหรือแบรนด์ นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เราขอนำเสนอ 3 ทิปส์ดีๆ สำหรับ Travel Brand ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทาง Instagram ในแบบที่ถูกต้องและเพิ่ม Engagement อย่างแท้จริง   1. เลือกนักเดินทางให้ถูกกลุ่ม การท่องเที่ยวมีหลายแบบ และนักท่องเที่ยวแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างเป็นของตัวเอง กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบที่พักหรูหรา หรือชอบพักแบบสัมผัสธรรมชาติ? เขาอยากเห็นตึกรามบ้านช่องที่สวยงาม หรืออยากเห็นทัศนียภาพสุดสายตาของภูเขา? เขาชอบตามรอยวัฒนธรรม ดูแสงสีในยามค่ำคืน หรือเป็นนักชิมตัวยง? เราจึงต้องวิจัยและค้นหาว่าแท้จริงแล้วอะไรกันแน่ที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา   2.

แบรนด์ส่วนใหญ่มักมีแอพลิเคชั่นของตัวเองแล้ว แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถทำให้แอพลิเคชั่นของตัวเองเหมาะกับผู้ใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่อีก? ในขณะที่การพัฒนาฟังก์ชั่นค้นหาที่ฝังอยู่ใน IOS9 และ Window10 ยิ่งทำให้ยากขึ้นที่จะแน่ใจว่าแอพของคุณจะดีพอที่จะติดอันดับต้นๆ ในการค้นหาของผู้ใช้งาน   คุณทำอะไรได้บ้างเพื่อให้แอพของคุณโดดเด่นออกมาจากคู่แข่ง? คำตอบก็คือ App indexation และ Optimization เป็นกุญแจสำคัญในการพาแอพของคุณขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ   ทำไม App indexation และ Optimization จึงสำคัญต่อแบรนด์แอพ ถ้าแอพถูกติดตั้งไว้แล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพแอพอย่างถูกต้องจะช่วยทำให้แอพลิเคชั่นในการแสดงผลจากการค้นหาเหนือกว่า Content อื่นๆ บนมือถือ ซึ่งไม่เพียงแค่เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงและการใช้งาน แต่ยังช่วยให้เกิดการกลับมาใช้งานซ้ำอีกด้วย การจัดการแอพลิเคชั่นที่สมบูรณ์เป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จของตัวแอพ และเพิ่มประสบการณ์การค้นหาสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และนี่คือกฎ 3 ข้อที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าแบรนด์แอพของคุณจะถูกแสดงผลในการค้นหาอย่างแน่นอน   ทำ  Optimization ให้แอพฯ ของคุณ คล้ายๆ กับการทำ SEO บนเว็บไซต์ องค์ประกอบในแอพสามารถปรับปรุงการแสดงผลของแอพในการจัดอันดับบน App Store ได้ องค์ประกอบที่สำคัญเหล่านี้ คือ ชื่อแอพ คำอธิบาย และ Keyword นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่สำคัญอื่นๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้โต้ตอบกับแอพ

TOP