จากสถิติของ comScore พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนสหรัฐไม่ได้ดาวน์โหลดแอพใหม่เลยสักตัวในเดือนที่แล้ว แต่คนกลับใช้เวลาในแอพแชทมากขึ้น เพราะงี้แหละครับแอพแชททั้งหลายต่างพยามยามทำฟังชั่นน์ chat bot เพื่อนำพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปใช้แอพแชทที่นานขึ้นให้เกิดประโยชน์ โดยจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้กับบริการต่างๆ แทนการกดเข้าแอพ เช่น เราสามารถถามสภาพอากาศวันนี้ได้ในแอพแชทห้องสภาพอากาศ หรือ แชทกับแอร์ในบ้านให้เปิดก่อนที่เราจะถึงบ้าน โดยไม่จำเป็นเข้าแอพเฉพาะของแอร์ตัวนั้นเพื่อสั่งเปิดแอร์ ซึ่งช่วงนี้กระแส Chat bot ก็มาแรงจริงๆ เราจะเห็นว่ามี WeChat ก็ทำเรื่องนี้มาได้ซักระยะแล้ว , Facebook ก็เปิดบริการให้เรียกรถUber ผ่านแชทตามมาติดๆ ,ตามด้วย Line และ Skype เพิ่งประกาศจะทำ Chat bot ในปีนี้เช่นกัน ส่วนตัวผมนั้นคิดว่า ถ้ากระแส Chat bot มาแรงและดูท่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะพฤติกรรมเราๆมันก็ฟ้อง อีกไม่นานเราคงต้องปรับแผนการสื่อสารตลาดออนไลน์ใหม่แล้วหละครับ การทำการตลาดด้วยแอพที่ทั้งไม่คุ้มกับการลงทุน แถมบางแบรนด์ยังคิดแค่ว่าทำไว้เฉยๆ บางแบรนด์พอจะใช้งานจริงดันไม่มีฟังชั่นน์ที่ใช้ได้ซะงั้น ก็อาจจะมีพับโครงการกันไปบ้างหละครับ ที่มา: Blognone.com  

หลังจากที่ Facebook โดนวิจารณ์สองมาตราฐาน เพราะไม่ยอมเปิดฟีเจอร์แจ้งเหตุร้าย(Safety Check) ให้กับประเทศอื่นๆด้วยเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ล่าสุด เฮียแกทำพลาดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะไม่เปิด แต่แกเปิดเกือบทั้งหมดเลย เพื่อนแอดมินบางคนยังได้แจ้งเตือน แล้วรายงานกับเพื่อนๆว่าตัวเองปลอดภัยดีรึป่าว ทั้งที่จริงๆแล้วตัวเองอยู่ไทยซะงั้น ที่มา:Blognone

ลึกไปอีกขั้น MineCraft เตรียมพอร์ทตนเองลง VR สำหรับ Oculus Rift ย้อนข่าวกันซะหน่อยเผื่อแฟนๆที่ไม่รู้จัก minecraft เป็นเกมสร้างโลกเสมือน คือ เราสามารถประดิษฐ์ได้เกือบทุกอย่างบนโลกใบนี้ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเกม ในรูปแบบ SandBox (กล่อง) นำมาต่อหรือแปรสภาพเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ในต่างประเทศมีการนำเกมนี้มาประกอบการสอนกันแล้ว ทั้งเขียนโปรแกรม สอนพิมพ์ 3D สอนชีวะ และสอนอีกเยอะแยะมากๆ อ่านได้ใน https://minecraftedu.com เอาหละเกรินมาพอแล้วว่า minecraft คืออัลไล แล้ว Oculus Rift และเทคโนโลยี VR หละคืออัลไล VR คือเทคโนโลยีภาพเสมือน นึกถึงหนังไซไฟครับ เราใส่แว่นแล้วก็เข้าไปอยู่ในเกมเลย…เฮ้ยบ้าไม่ถึงขนาดนั้น แค่ตัวแว่นจะแสดงภาพขึ้นมาโดยที่เราไม่ต้องมองผ่านทีวี และยังมองได้แบบ 360 องศาด้วยนะเออ บรรยากาศการเล่นเกมก็จะสูงส่งไปอีกขั้นนะ นี่ถ้าผนวกกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลู่วิ่ง ปืนที่เชื่อมกับเกม นึกภาพสิครับ เราวิ่งไปถือปืนไป บรรยากาศเกมสงครามจะมันขนาดไหน แล้ว Oculus Rift หละคืออะไล เจ้า

Facebook มีการเปิดให้ลองใช้ Reactions มาพักนึงแล้วแต่จำกัดเฉพาะกลุ่ม วันนี้ facebook ได้แถลงว่าเปิดให้ใช้ฟีเจอร์ Reactions ทั่วโลกแล้ว คาดว่าอีก 2-3 วัน เราคงได้ใช้กัน โดยจะมี 6 สัญลักษณ์ให้กดแสดงความรู้สึก ได้แก่ ถูกใจ, รักเลย, ฮ่าๆ, ว้าว, เศร้า, โกรธ ที่มา: Blognone

Facebook กำลังจะมีเรื่องสนุกๆมาแล้วซิ เพื่อนๆคงเคยได้ยินมาแล้วว่า Facebook จะทำปุ่ม Dislike แต่ไม่ใช่ปุ่ม Dislike แบบที่เราเข้าใจแน่นอน แต่จะเป็นปุ่มที่แสดงได้มากกว่าแค่ชอบ ซึ่งเริ่มทดสอบไปแล้วในบางประเทศ ล่าสุด Chris Cox หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังจะเปิดฟีเจอร์นี้ให้ใช้กันทั่วโลกเร็วๆ นี้

เพื่อนๆคงเคยรู้มาแล้วว่า Facebook สามารถทำรูปโปรไฟล์เคลื่อนไหวได้ วันนี้เรามีวิธีมาฝากกันครับ

เดี๋ยวนี้ e-Commerce มาแรงครับ การที่แม่ค้าพ่อค้าต่างๆจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหายอดผู้ชมในเว็บไซต์ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือ ลูกค้าจำชื่อเว็บไม่ได้ วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ สาเหตุที่ยอดผู้ชมน้อยและวิธีแก้มาฝากครับ ลองไปอ่านกันเลย 1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ   2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ   3.เว็บไซต์ไม่น่าสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง   4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง หรือติดตั้งเว็บบอร์ด เพื่อให้คนทั่วไปเข้ามาพูดคุยหรือเพิ่มข้อมูลให้กับเว็บไซต์ได้   5.เว็บไซต์คู่แข่งดูดีและน่าสนใจมากกว่า 

การที่ตลาดโมบายทั่วเอเชีย แปซิฟิคเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น หมายถึงการเติบโตของการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในภูมิภาคนี้ให้มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ (ที่มา: eMarketer เดือนธันวาคม 2015) จากรายงานของ eMarketer อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เป็นประเทศที่มีประชากรเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของโลก โดยยังคาดการณ์ว่า อัตราการเข้าถึงนี้จะโตขึ้นมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2019 เอเชีย แปซิฟิคถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตใหญ่ที่สุดและสูงสุดสำหรับ Facebook โดยมีผู้ใช้งาน Facebook ต่อวันสูงกว่า 300 ล้านคน ในช่วงไตรมาสสามของปี 2015 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปี 2014 ในขณะที่ผู้ใช้งาน Facebook ต่อเดือนนั้นอยู่ที่ 522 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างอินโดนีเซียและอินเดียส่งผลอย่างมากต่อการเติบโตอันรวดเร็วนี้ ซึ่งปัจจัยกระตุ้นมาจากการเติบโตและการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มสูงขึ้น 2015 เป็นปีที่ Facebook เปิดสำนักงานสองแห่งในภูมิภาคเอเชีย ที่หนึ่งคือไต้หวันและอีกที่คือประเทศไทย ทั้งนี้ 70

เดี๋ยวนี้ e-Commerce มาแรงครับ การที่แม่ค้าพ่อค้าต่างๆจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพื่อนๆคงจะเคยเจอปัญหายอดผู้ชมในเว็บไซต์ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ หรือ ลูกค้าจำชื่อเว็บไม่ได้ วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ สาเหตุที่ยอดผู้ชมน้อยและวิธีแก้มาฝากครับ ลองไปอ่านกันเลย 1.ไม่รู้จักเว็บไซต์  คนทั่วไปอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าหรือบริการลักษณะเช่นเดียวกับที่คุณมีขาย วิธีแก้ไข : หาทางประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ของคุณให้คนอื่นๆ รู้จักมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถจดจำชื่อเว็บไซต์ของคุณให้ได้ เช่น ทำการตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น การตลาดผ่านอีเมล การลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในสื่ออื่นๆ   2.จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้  ชื่อเว็บไซต์ที่จำยาก พิมพ์ยาก หรือสะกดยาก จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จำไม่ได้ หรือต้องค้นหาเว็บไซต์เมื่อต้องเข้าชมสินค้าอีกครั้ง สิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุให้คนไม่เข้าเว็บไซต์ก็ได้ วิธีแก้ไข : ตั้งชื่อเว็บไซต์ที่จดจำง่าย สร้างความแตกต่างและน่าสนใจให้กับข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณ   3.เว็บไซต์ไม่น่าสนใจ  ลูกค้าบางคนอาจเคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับความต้องการ วิธีแก้ไข : หาข้อมูลที่น่าสนใจมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ให้พอดี เพื่อดึงดูดให้คนกลับมาอย่างต่อเนื่อง   4.เว็บไซต์ไม่อัพเดต  บางเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเลยตั้งแต่เปิดบริการ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ลูกค้าจึงไม่มีความมั่นใจและไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีกต่อไป วิธีแก้ไข :เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ ลงในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของธุรกิจออนไลน์บางคนที่เพิ่มข้อมูลในเว็บไซตืตัวเองไม่ได้ เพราะจ้างเว็บมาสเตอร์หรือบริษัทรับจ้างทำเว็บไซต์ แนะนำให้ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง

การที่ตลาดโมบายทั่วเอเชีย แปซิฟิคเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น หมายถึงการเติบโตของการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในภูมิภาคนี้ให้มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ (ที่มา: eMarketer เดือนธันวาคม 2015) จากรายงานของ eMarketer อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เป็นประเทศที่มีประชากรเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของโลก โดยยังคาดการณ์ว่า อัตราการเข้าถึงนี้จะโตขึ้นมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2019 เอเชีย แปซิฟิคถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตใหญ่ที่สุดและสูงสุดสำหรับ Facebook โดยมีผู้ใช้งาน Facebook ต่อวันสูงกว่า 300 ล้านคน ในช่วงไตรมาสสามของปี 2015 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์จากปี 2014 ในขณะที่ผู้ใช้งาน Facebook ต่อเดือนนั้นอยู่ที่ 522 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างอินโดนีเซียและอินเดียส่งผลอย่างมากต่อการเติบโตอันรวดเร็วนี้ ซึ่งปัจจัยกระตุ้นมาจากการเติบโตและการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มสูงขึ้น 2015 เป็นปีที่ Facebook เปิดสำนักงานสองแห่งในภูมิภาคเอเชีย ที่หนึ่งคือไต้หวันและอีกที่คือประเทศไทย ทั้งนี้ 70

TOP