Tag Archive | "Digital Marketing"

Pedigree® กับ Emotional marketing

Pedigree® กับ Emotional marketing

สื่อสังคมออนไลน์นับวันจะได้รับความนิยมในฐานะของช่องทางการทำการตลาดจากแบรนด์ชั้นนำมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง Facebook, Twitter, Foursquare, SCVNGR หรือแม้กระทั่ง YouTube ทำให้ทุกวันนี้เราจึงเห็นแคมเปญจ์การตลาดจากแบรนด์ต่างๆในสื่อเหล่านี้บ่อยขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นเรื่องใหม่  เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้เรารับรู้โปรโมชั่นสินค้าหรือบริการผ่านทาง Facebook, Twitter หรือ Foursquare กันมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลเข้าถึงมือของผู้บริโภคโดยตรง และแน่นอนว่าหากใช้อย่างเหมาะสม (ไม่ทำตัวเป็นสแปม) ก็จะส่งผลดีต่อสินค้าและทำให้ผู้บริโภครับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าได้เร็วกว่าเดิมมาก

ในขณะที่การทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทผู้ผลิตอาหารสุนัขรายใหญ่ของโลกอย่าง Pedigree® กลับเลือกที่จะใช้แนวทางที่ต่างออกไปและออกจะล้าสมัยกว่า นั้นคือการทำการตลาดผ่านบล็อก โดยโปรโมชั่น “Write a Post, Help a Dog” นั้นเป็นโปรโมชั่นเสริมแคมเปญจ์ CSR ที่จะช่วยหาบ้านให้สุนัขไร้เจ้าของ โดยทาง Pedigree® จะบริจาคอาหารสุนัข 20 ปอนด์ให้กับทุกๆ 1 บล็อกเอนทรี่ที่เขียนเกี่ยวกับโครงการนี้แก่ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดในอเมริกา

อย่างไรก็ดี ทาง Pedigree® เองก็ยังมี Fan Page ของโครงการ และจะบริจาคอาหารสุนัข 1 ชามจากทุกๆ Like ของ page นี้ด้วย

การทำการตลาดแบบนี้ แม้จะไม่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วเหมือนกับการใช้ Foursquare หรือ Twitter แต่มันสร้าง “ความรู้สึกร่วม” ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการอย่างมาก (เพราะการเขียนบล็อกย่อมสร้างความรู้สึกมากกว่าแค่การกดปุ่ม “Like” ใน Facebook เป็นแน่)Header Logo Pedigree® กับ Emotional marketing และแน่นอนว่า ชื่อของอาหารสุนัขและแคมเปญจ์ CSR ของ Pedigree® นั้นจะได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ผู้รักสุนัข (ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทอยู่แล้ว) การทำการตลาดแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการใช้เม็ดเงินที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะเป็นการทำการตลาดที่กลุ่มเป้าหมายโดยตรงโดยใช้สื่อออนไลน์เป็นสื่อ และในหมู่คนรักสัตว์แล้ว การบริจาคอาหารให้แก่สัตว์ไร้เจ้าของนั้นจะสร้างความรู้สึกดีๆ กับบริษัทอย่างมาก จึงคาดว่านี่จะเป็น CSR ที่ได้ผลดีมาก (ถึงขณะนี้มีคนเขียนบล็อกไปแล้วประมาณ 200 เอนทรี่ นับเป็นอาหารสุนัขถึง 4,000 ปอนด์เลยทีเดียว)

Did you like this? Share it:

Posted in Digital MarketingComments (0)

Digital Marketing คืออะไร

Digital Marketing คืออะไร

Digital Marketing คืออะไร มาหาคำตอบกันครับ ใคร ๆ ก็รู้ว่า ดิจิตัล มาร์เก็ตติ้ง กำลังมาแรง จากเทคโนโลยีดิจิตัลที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ มาร์เก็ตเธียร์ฉบับนี้จึงขอเสนอหลักปฏิบัติ 5 ประการในการทำดิจิตัล มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งรวบรวมมาจากงานสัมมนา 3 เวที คือ All Change: Marketing in Addressable Media ซึ่งจัดโดย กรุ๊ปเอ็มและมายด์แชร์ อินเทอร์แอคชั่น, Digital Marketing 2007 ของเอเชีย บิสสิเนส ฟอรั่ม และ “Optimize Digital Marketing and Strategies-สุดยอดมุมมองการตลาดแบบใหม่ ซึ่ง มาร์เก็ตเธียร์ จัดร่วมกับไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์
1.คิดก่อนลงมือทำ
ข้อดีของ Digital Marketing คือ สามารถวัดผลได้จากจำนวนผู้ที่คลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ หรือผู้ที่เข้ามางงทะเบียนร่วมกิจกรรม นักการตลาดที่เดินเข้าไปของบประมาณจากเจ้านายจึงอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งล่ะว่ามีตัวเลขกลับมารายงานแน่นอน แต่การจะได้ข้อมูลเหล่านี้ นักการตลาดต้องวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ฝ่ายเทคนิคตระเตรียมระบบเก็บข้อมูลนี้ไว้ตั้งแต่สร้างสื่อดิจิตัล และต้องเลือกเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาต่อยอดได้จริงเท่านั้น
“ลูกค้าต้องบอกเอเยนซี่ก่อนว่าอยากได้ข้อมูลอะไรบ้าง เพราะหลายครั้งลูกค้าไม่บอกก่อนว่าอยากได้ข้อมูลนี้ แล้วมาบอกทีหลัง ซึ่งเราไม่สามารถเซ็ทระบบย้อนหลังให้ได้ ทั้งที่ระบบดิจิตัลเอื้อต่อการเก็บข้อมูลอย่างมาก ดังนั้นฝ่ายการตลาดของลูกค้าต้องวางแผนให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลมากเกินไป โดยที่บางอย่างก็ไม่ได้นำไปใช้ ก็จะทำให้นักท่องเว็บเสียเวลาโดยใช่เหตุ” กรณิการ์ กลีบแก้ว Interaction Manager มายแชร์ อินเทอร์แอคชั่น เล่าถึงประสบการณ์
Continue reading “Digital Marketing คืออะไร” »

Did you like this? Share it:

Posted in Digital MarketingComments (0)

กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วย Facebook Marketing

กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วย Facebook Marketing

เว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ในปัจจุบันได้พัฒนาเป็นเว็บไซต์ที่เป็น Niche มากขึ้น (การตลาดที่แคบและเฉพาะเจาะจง) โดยเนื้อหาในเว็บไซต์ตอบสนองความต้องการของสมาชิกในชุมชนออนไลน์นั้นๆ จะทำให้ The Long Tail พัฒนาไปสู่มิติใหม่ คือชุมชนออนไลน์ที่มีสมาชิกมีความสนใจคล้ายกันจะร่วมกันสร้างคอนเทนต์เฉพาะเรื่องที่ตนสนใจเท่านั้น

บริษัทต่างๆ มีสินค้าที่ขายดี และยอดขายสูง อยู่ไม่กี่รายการ แต่มีสินค้ามากมายที่ขายไม่ค่อยได้หรือมียอดขายต่ำ เป็นไปตามหลักของพาเรโต (The Pareto Principle) กฎ 80:20 คือ ร้อยละ 80 ของยอดขายสินค้ามาจากเพียงร้อยละ 20 ของสินค้าที่มีอยู่เท่านั้น บริษัทส่วนใหญ่จึงเน้นจำหน่ายและสต็อกสินค้าที่ขายดีจริงๆ ที่อยู่ส่วนหัวของกราฟ (Head) และไม่ยอมเสียพื้นที่หรือลดเนื้อที่การจัดเรียงสินค้าที่ขายได้น้อยซึ่งอยู่ส่วนหางของกราฟ (Long Tail) เพื่อควบคุมต้นทุนในการสต็อกสินค้า แต่สำหรับธุรกิจผ่านเว็บไซต์ ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เนื่องจากไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าที่วางขายในเว็บ สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ที่วางขายในเว็บได้โดยไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการทำการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะทำให้บริษัทขายสินค้าที่ไม่ค่อยได้วางขาย หรือขายได้น้อย (ส่วนของหาง) ได้มากขึ้น โดยต้นทุนการตลาดผ่านทางเว็บไซต์นี้อยู่ในระดับต่ำและคุ้มค่าแก่การลงทุน

Long Tail1 กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วย Facebook Marketing

Long Tail2 กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วย Facebook Marketing

ที่มา : หนังสือ The Long Tail โดย Chris Anderson’s และหนังสือ  DigiMarketing โดย Kent Wertime และ Ian Fenwick

ในปัจจุบันชุมชนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ Facebook การทำการตลาดผ่านทาง Facebook หรือ Facebook Marketing สามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังเช่น

  • การทำ Custom Facebook Page
  • การทำกิจกรรมผ่านทาง Business Page
  • การจัดโปรโมชั่นต่างๆ สำหรับสมาชิก Page
  • การทำแอพพลิเคชั่นผ่านทาง Facebook (Facebook application)
  • การ Integrated การตลาดแบบออนไลน์ และการตลาดแบบออฟไลน์ เข้าด้วยกันผ่านทาง Facebook
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

ในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ จึงไม่แปลกที่จะเห็นบริษัทต่างๆหันมาใช้การตลาดด้านดิจิทัล (Digital Marketing) หรือสื่อแบบใหม่ (New Media) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนที่ต่ำ แต่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือกล่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการทำการตลาดด้วย Facebook Marketing ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับบริษัทต่างๆ ในการเพิ่มยอดขายผ่านทางช่องทางสมัยใหม่นี้

Did you like this? Share it:

Posted in Facebook MarketingComments (2)

การทำ Digital Marketing ด้วย Facebook Page

การทำ Digital Marketing ด้วย Facebook Page

การตลาดผ่านทาง Facebook หรือ Facebook Marketing คงมีหลายคนสงสัยว่า Profile กับ Fan Page มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างของ Profile Page กับ Business Page

Profile Page (Facebook Personal Page)

เพจส่วนตัวที่สามารถเพิ่มจำนวนเพื่อนๆ ด้วยการ Add as friend โดยจะเห็นได้ว่ามีบางคนไปแอบ Add คนโน้นคนนี้ทั้งที่ไม่รู้จัก แต่หากอีกฝ่ายพลาดพลั้งตกลงยอมรับเป็นเพื่อน ก็จะทำให้มีจำนวนเพื่อนในเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ Facebook จำกัดจำนวนเพื่อนสูงสุดไว้ หรือจะยกเลิกการเป็นเพื่อน (Remove Connection หรือ ทิ้งเพื่อน) ก็ได้เช่นกัน

Fan Page (Facebook Business Page)

เพจสำหรับการสร้างสมาชิกหรือแฟนคลับ สามารถเพิ่มสมาชิกได้อย่างไม่จำกัด ด้วยความสมัครใจจากสมาชิก โดยสมาชิกที่สนใจสามารถคลิกที่ปุ่ม Become a fan ข้างๆโลโก้ Fan Page ได้เลยครับ นอกจากนั้นยังสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกได้ด้วยการ Remove Me from Fans ซึ่งอยู่เกือบล่างสุดของโลโก้ Fan Pageดังนั้นธุรกิจส่วนใหญ่ควรจะใช้ Facebook Business Page ในการทำการตลาดให้กับธุรกิจแทนที่จะใช้ Personal Page ซึ่งมีข้อจำกัดด้านจำนวนเพื่อนสูงสุด และการใช้ Personal Page ผิดวิธีจะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจแย่อีกด้วย เพราะ Facebook ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) เป็นอย่างมาก

ขั้นตอนการสร้าง Business Page (Fan Page)

  1. ตั้งสติให้ดีก่อน แล้วคิดก่อนว่าจะใช้ Profile ไหนในการสร้าง Business Page เนื่องจากจำเป็นต้องมี Profile Account ไว้สร้าง Business Page โดยเรียกว่า Business Page Creator ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลังแต่สามารถเพิ่ม/ลด Admin ของ Page ได้ นอกจากนั้นที่ควรระวังคือ Profile Account นี้เวลา Comment จะเป็นในนาม Business Page ครับ หากผู้สร้างอยากมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในนามบุคคลก็ควรสร้าง Profile Account อีกอันนึงเพื่อเป็น Creator โดยเฉพาะ จะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง
  2. คิดชื่อ Page ที่ต้องการให้สอดคล้องกับ Page Username เนื่องจากต้องมาตั้งชื่อ Business Username ในภายหลัง
  3. Username หมายถึง ชื่อต่อท้ายจาก Facebook URL ครับ นั่นคือ www.facebook.com/xxx ซึ่งเป็นทั้ง Profile Page หรือ Fan Page ก็ได้ สำหรับการสำรวจ Username ที่ยังว่างอยู่ สามารถทำได้โดยลองทดสอบพิมพ์ต่อท้าย Facebook URL ดูได้เลย หากไม่มีชื่อ Username จะขึ้นดังรูปนี้

    Page Not Found การทำ Digital Marketing ด้วย Facebook Page

  4. รีบสร้างเลยครับก่อนที่ชื่อ Username จะโดนจับจองไปหมด
Did you like this? Share it:

Posted in Facebook MarketingComments (3)

WeBooking : Facebook Page ใหม่… มาแรง โดย TrueMoney

WeBooking : Facebook Page ใหม่… มาแรง โดย TrueMoney

Facebook Page ใหม่มาแรงโดย True Money Co.,Ltd.  ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท True Corporation Public Co., Ltd. ให้บริการรูปแบบใหม่ด้านการจองบัตรต่างๆ
WebookingPage21 WeBooking : Facebook Page ใหม่... มาแรง โดย TrueMoney

WeBooking มี Concept ว่า จองง่าย จ่ายสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ครบทุกช่องทาง โดนทุกไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งเป็น 8 หมวดหมู่ด้วยกันคือ Entertainment, Indy, Travel, Education, Health, Collection, Sports และ Gadget โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2553 ที่ผ่านมานี้ WeBooking ได้ปรากฎใน Facebook และได้มีแฟนคลับ (Fan) จำนวนมากด้วยเวลาอันรวดเร็ว และการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นมากมาย ที่แฟนคลับตั้งหน้าตั้งตารอคอยเลยทีเดียว

Webooking21 WeBooking : Facebook Page ใหม่... มาแรง โดย TrueMoney

นึกถึงการจอง นึกถึง WeBooking และ จองด้วย WeBooking ก็อย่าลืมจ่ายด้วย True Money เพื่อความสะดวกแบบเบ็ดเสร็จ… ตามคอนเซ็ปของ True ดังภาพด้านล่าง
True Divergences2 WeBooking : Facebook Page ใหม่... มาแรง โดย TrueMoney

Become a Fan คลิ๊กที่นี่เลย
WeBooking Badge WeBooking : Facebook Page ใหม่... มาแรง โดย TrueMoney

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ WeBooking ครับ

Did you like this? Share it:

Posted in New Fan PagesComments (1)

งบโฆษณาปี53 โต5-7% เคเบิล-ทีวีดาวเทียม-สื่อดิจิทัล มาแรง

งบโฆษณาปี53 โต5-7% เคเบิล-ทีวีดาวเทียม-สื่อดิจิทัล มาแรง

มีเดีย เอเยนซี “กรุ๊ปเอ็ม” ประเมินอุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553 “ฟื้นตัว” โต 5-7% ชี้เทรนด์เคเบิล-ทีวีดาวเทียม เติบโตสูงหลังฟรีทีวีปรับราคา

นายรัฐกร สืบสุข Trading Partner กรุ๊ปเอ็ม (มีเดีย เอเยนซี) กล่าวไว้ในวารสารมาร์เก็ตติ้งแอนด์มีเดียแฟลชของมายด์แชร์ว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในปี 2552 มีการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากครึ่งปีแรกที่มีอัตราการลดลง 5% เนื่องจากลูกค้ามีการชะลอการใช้งบประมาณและการเปิดแคมเปญการตลาด  หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวและไม่มีความรุนแรงทางการเมือง  พบว่าลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบสื่อสารการตลาดและโฆษณาในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้ง ส่งผลให้การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อสิ้นปี 2552 งบโฆษณากลับมาเท่ากับปี 2551

การใช้จ่ายงบโฆษณาปี 2552 ในสื่ออินเทอร์เน็ตเติบโตสูงสุดในอัตรา 44% ส่วนสื่อทีวี ยังเป็นสื่อหลักของอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโต 4% และยังเป็นสื่อที่ลูกค้ามีความต้องการใช้สูง หลังจากมีความเชื่อมั่นในภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว

ขณะที่สื่อป้ายโฆษณาตามการรายงานของนีลเส็นฯ เติบโต 2% แต่จากการประเมินของบริษัทน่าจะอยู่ในภาวะลดลง 10-15%  ส่วนสื่อวิทยุและหนังสือพิมพ์ ตัวเลขการใช้งบโฆษณาลดลงอย่างมาก น่าจะอยู่ที่ระดับ 20% และสื่อโรงภาพยนตร์ ที่เติบโตกว่า 20% น่าจะเติบโตจากการปรับราคาโฆษณา  เชื่อว่าตัวเลขการใช้งบจริงในสื่อนี้จะอยู่ในภาวะลดลง 30-35%

นายรัฐกร กล่าวอีกว่าการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อปี 2552  แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ในกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูง คือ เอฟเอ็มซีจี หรือสินค้าอุปโภคบริโภค การใช้งบเติบโต 12%, เครื่องดื่มเติบโต 9%, ภาครัฐ เติบโต 9%  กลุ่มที่มีอัตราการเติบโตปกติ คือ ค้าปลีก 5% และ เทเลคอม 2%  กลุ่มที่อยู่ในภาวะลดลง  คือ สถาบันการเงิน ลดลง 8%  และกลุ่มที่มีอัตราการลดลงอย่างมาก คือ อสังหาริมทรัพย์ ลดลง 23% และยานยนต์  ลดลง 30%

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553  กลุ่มเอฟเอ็มซีจีและเครื่องดื่ม ยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 จะกระตุ้นอัตราเติบโตของการใช้งบการตลาดด้านกิจกรรมที่ไม่ผ่านสื่อทีวี  โดยกลุ่มค้าปลีกยังรักษาการเติบโตได้เช่นเดียวกับปีก่อน  ขณะที่การใช้งบโฆษณากลุ่มเทเลคอม อาจจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว หากไม่มีความชัดเจนของการให้บริการ 3จี  ส่วนกลุ่มยานยนต์จะมีการใช้งบเพิ่มขึ้น จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เทคโนโลยี ไฮบริด และ อีโค คาร์

คาดโฆษณาปี53โต5-7%

การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม จะเติบโตสูงในปีนี้  สืบเนื่องจากข้อจำกัดของเวลาโฆษณาในฟรีทีวีซึ่งถูกควบคุมให้ไม่เกิน 240 นาทีต่อวัน  ขณะที่สื่อดิจิทัลยังคงมีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการใช้สื่อและวัดผลได้ชัดเจน สำหรับวิทยุและสิ่งพิมพ์จะค่อยๆ ฟื้นตัวในปีนี้  และสื่อโรงภาพยนตร์ยังอยู่ในทิศทางเติบโตเช่นเดียวกับปีก่อน คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้ จะเติบโตในระดับ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือ มีมูลค่า 9.3 หมื่นล้านบาท

“แม้อุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้จะมีทิศทางดีขึ้น แต่การเลือกใช้สื่อยังคงต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะราคาโฆษณามีการปรับตัวสูงขึ้น เช่นสื่อที่มีความต้องการมากอย่างเช่นทีวี ที่มีการปรับราคาขึ้นประมาณ 7-8% อีกทั้งการโฆษณามากขึ้นย่อมหมายถึงการแข่งขันชิงส่วนแบ่งตลาดก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นการเข้าใจผู้บริโภคและการทำงานใกล้ชิดกับเจ้าของสื่อจะเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในการวางแผนสื่อในปี 2553″ นายรัฐกร กล่าว

นีลเส็นฯเผยงบปี2552 ทรงตัว

บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี จำกัด  สรุปตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อปี 2552 เปรียบเทียบปี 2551  มีมูลค่า 90,217 ล้านบาท เติบโต 0.11% แบ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ มีมูลค่า  52,935 ล้านบาท เติบโต 3.52%, วิทยุ 6,165 ล้านบาท ลดลง 11.08%, หนังสือพิมพ์ มูลค่า 14,149 ล้านบาท ลดลง 7.41%, นิตยสาร 5,227 ล้านบาท ลดลง 12.85%

โรงภาพยนตร์ 4,947 ล้านบาท เติบโต 18.55%, ป้ายโฆษณา (outdoor) 3,960 ล้านบาท ลดลง 6.36%, สื่อเคลื่อนที่  1,755 ล้านบาท  เติบโต 27.92%, สื่อในร้านค้า (In Store) 820 ล้านบาท ลดลง 0.73%  และอินเทอร์เน็ต 259 ล้านบาท เติบโต  50.58%

บริษัทที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในปี 2552 คือ ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้งส์ มูลค่า 5,367 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,015 ล้านบาท

Source : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

BangkokBizNews Small3 งบโฆษณาปี53 โต5 7% เคเบิล ทีวีดาวเทียม สื่อดิจิทัล มาแรง

Did you like this? Share it:

Posted in Digital MarketingComments (0)

รับทำการตลาด

รับทำการตลาด Online ทุกประเภทครับ โดยผู้เชียวชาญด้านการตลาดโดยเฉพาะครับ เช่น

- Email Marketing

- Social Network

- Blog

- Website

- SEO ( Search Engine Optimization )

- Video Marketing

ปรึกษาเราได้ที่ 02-3781316 หรือ 089-7996905, 089-110-7341

เรายินดีให้คำปรึกษาครับ

Did you like this? Share it:

Posted in Digital MarketingComments (0)

ใครว่าง่าย..กับจำนวน Fan บน Facebook

ใครว่าง่าย..กับจำนวน Fan บน Facebook

Fan Page บน Facebook กำลังเป็นที่นิยมมากไม่เฉพาะในบ้านเรา แต่ทั่วโลกเลยก็ว่าได้    เนื่องจาก Facebook Fan Page นั่นสร้างง่าย และใครๆ ก็สามารถสร้าง Page ของตัวเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  และเสียเวลาเพียงไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น

เราอาจจะได้เห็นจำนวน Fan บน Page ดังๆ ของต่างประเทศ ในจำนวนที่เป็นแสน และเป็นล้าน   และเข้าใจกันเอาเองว่าจำนวน Fan นั้นดูจะหาง่าย     ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว..มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย

Sysomos บริษัทที่ให้บริการ Social Media Analytics แห่งหนึ่งในอเมริกา ได้ทำการสำรวจและวิเคราะห์ Fan Page บน Facebook จำนวน 600,000 Pages  และพบว่ามีถึง 77% ของ Facebook Fan Pages ที่มี Fans น้อยกว่า 1,000  และมีเพียง 4% ของ Fan Pages ที่มีจำนวน fan มากกว่า 10,000   มาดูผลการวิเคราะห์ทั้งหมดของ Sysomos กัน

fan pop 1 3 ใครว่าง่าย..กับจำนวน Fan บน Facebook

Digital Marketing graph

■95% of pages มีมากกว่า 10 fans
■65% of pages มีมากกว่า 100 fans
■23% of pages มีมากกว่า 1,000 fans
■4% of pages มีมากกว่า 10,000 fans
■0.76% of pages มีมากกว่า 100,000 fans
■0.047% of pages มีมากกว่า 1 ล้าน fans หรือ 297 pages โดยรวม

ต้องขอบคุณ Sysomos ที่ยังแยกประเภทของ Fan Page ซึ่งแบ่งตาม Category มาให้ดูกันอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ประเภทของ Celebrities, Products, Stores, Restaurants, Bars and Clubs, Websites, Music, Organizations และ non profits นั้นเป็นกลุ่มที่สร้าง Fan page มากพอๆ กัน คือ ระหว่าง 6.9% และ 7.5% ซึ่งมากกว่ากลุ่ม Fan Page อื่นๆ

fan pop 1 1 ใครว่าง่าย..กับจำนวน Fan บน Facebook

digital marketing circle graph

ตัวอย่าง Fan Page ในประเภทของดาราที่ทั้งยังมีชีวิต และเสียชีวิตไปแล้ว คือ Michael Jackson ที่มีจำนวน Fan มากที่สุด ถึง 10.4 ล้าน, Barack Obama มี 6.9 ล้าน Megan Fox มี 5 ล้าน   ส่วน Fan Pages ประเภทสินค้าที่มีจำนวน fan มากที่สุดคือ Fan Page ของ Facebook เอง ที่มีมากถึง 5.8 ล้าน fans  ตามด้วย Starbucks ที่มีถึง 5.1 ล้าน Fan ภาพต่อไปเป็นการแยกประเภท Fan Page ที่มีจำนวน fan มากกว่า 1 ล้านขึ้นไป ว่าเป็น Fan Page ประเภทไหนบ้าง

fan pop 1 2 ใครว่าง่าย..กับจำนวน Fan บน Facebook

Digital Marketing fan graph

Source : MarketingOops, Sysomos

Did you like this? Share it:

Posted in Facebook MarketingComments (0)


Marketing on Facebook

Overhead on twitter