ธุรกิจย่อมมีการปรับตัวเสมอๆครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ฐานลูกค้ามักจะเทจากหน้ากระดาษไปสู่โลกออกไลน์กันแล้ว หลังจากตีพิมพ์มากว่า 50 ปี ล่าสุด Penthouse Magazine ประกาศยุติสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ คงเหลือเป็นสื่อดิจิตอลเท่านั้น ขณะเพื่อนร่วมวงการ อย่าง FHM และ Zoo ก็ประกาศปิตัวไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว FriendFinder Networks เจ้าของสื่อ Penthouse กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เพื่อคงไว้ซึ่งความชื่นชอบที่ผู้บริโภคมีต่อการอ่านในปัจจุบัน เวอร์ชั่นดิจิตอลของ Penthouse จะผสมผสานทุกอย่างที่ผู้อ่านรู้จักและรักในเวอร์ชั่นสิ่งพิมพ์ มาสู่ประสบการณ์ดิจิตอล”   ก่อนหน้านี้  Penthouse มียอดตีพิมพ์ถึงเดือนละ 5 ล้านก้อปปี้ แต่กำลังจะเหลือแต่สื่อดิจิตอล โดยพนักงานที่เคยทำงานในสิ่งพิมพ์ที่นิวเยอร์ค จะถูกโยกไปทำงานที่ FriendFinder Networks ในลอส แองเจลลิส โดยดูแลเว็บไซต์นัดเดทที่อยู่ในเครือ ประกอบไปด้วย JewishFriendFinder.com, SeniorFriendFinder.com และ AsiaFriendFinder.com   ขณะที่สถานการณ์ของ Playboy แตกต่างออกไป รายนั้นยังคงมีทั้งสิ่งพิมพ์และดิจิตอลควบคู่กัน แต่ถ้าอยากดูรูปนู้ดเต็มๆ ต้องแบบดิจิตอลเท่านั้น อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นผลมาจาก “อินเทอร์เน็ต”

  อย่าเพิ่งให้การ SKIP กลายเป็นเรื่องเคยชินของคุณ เพราะต่อไปนี้ คุณไม่ต้องเลือกที่จะ SKIP หรือมองข้ามปัญหาผมสวยหรือรังแคอีกต่อไป CLEAR COMPLETE SOFT CARE ช่วยให้คุณมีทั้งผมนุ่มสวยและไร้รังแคมากวนใจได้ในขวดเดียว   CLEAR จึงผุดไอเดียเจ๋ง กับ ครั้งแรกของโฆษณาบน YouTube ที่ทำให้คุณไม่ต้องกด SKIP อย่างที่เคย เหมือนกับปัญหาผมสวยและปัญหารังแคที่คุณไม่ต้องเลือกมองข้ามอีกต่อไป เพราะ CLEAR COMPLETE SOFT CARE ที่มาพร้อม NUTRIUM 10 บำรุงเพิ่มเป็น 2 เท่าให้คุณไร้กังวลเรื่องรังแคและแคร์เรื่องผมให้นุ่มสวยได้ในเวลาเดียวกัน รู้แบบนี้ สาวๆก็ไม่มีอะไรที่จะต้องซ่อนอีกต่อไป พร้อมอวดผมสวยไร้รังแคกันได้เต็มที่ กับ Clear Complete Soft Care ขวดเดียวคอมพลีตเลย ที่มา thaimarketing.in.th

ข่าวนี้ใกล้ตัวสำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพราะ Google ได้ประกาศเริ่มให้บริการะบบจ่ายเงินAndroid Pay แล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2558 ซึ่ง Android Pay คือชื่อใหม่ของ Google Wallet โดยรวมเอาเทคโนโลยี Softcard ของ Verizon AT&T และ T-Mobile มารวมกับเทคโนโลยีเดิมของ Google ทำให้สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่นของทั้ง 3 บริษัทที่ใช้ Android ทั้งนี้ยังใช้ได้เฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น   โทรศัพท์ Android ที่รองรับ Android Pay ได้นั้น ต้องเป็น Android 4.4 ขึ้นไป  มี NFC ในตัว และรองรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต จาก Visa , Master Card  American Express, Discover จาพสถาบันการเงินในสหรัฐ เบื้องต้นใช้ได้เฉพาะร้านค้าในสหรัฐกว่า 1 ล้านแห่ง ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นใช้ระบบ Token Google ให้บริการ Android Pay โดยระยะแรกนี้รองรับการชำระเงินผ่านทาง Android Pay ด้วย NFC ตามร้านค้าต่างๆ เหมือน Apple Pay   แต่ในอนาคต

และช่วงไฮไลต์เปิดตัวตอนท้ายๆ สุด ซึ่งหลายท่านรอคอยนั่นคือ การเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่ประจำปี 2015 ซึ่งปีนี้เปิดตัวถึง 2 รุ่นเหมือนปีที่แล้ว โดยรุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ iPhone 6S และ iPhone 6S Plus ซึ่งเป็นไปตามข่าวหลุดตามสื่อต่างๆก่อนหน้านี้  ซึ่งใช้วัสดุอลุมิเนียมเกรด 7,000   มาถึงฟีเจอร์เด่นไฮไลต์ของ iPhone 6S และ iPhone 6S Plus คือ 3D Touch พัฒนามาจาก Force Touch บนนาฬิกา Apple Watch ซึ่งด้วยการกดค้างบนหน้าจอ จะขึ้นเมนูรายการใหม่ Popup ขึ้นมา เหมือนการคลิกขวาของ Windows โดยกลไกตามแรงกดผ่าน Taptic Engine ที่จะสั่นเมื่อเรียกฟีเจอร์ที่ลึกกว่านั้น เปรียบเที่ยบขนาดของ iPhone ตั้งแต่ iPhone 5S จนถึง iPhone 6S ,6S Plus อีกอย่างที่ใหม่กว่า iPhone รุ่นอื่นๆหรืออุปกรณ์ iOS รุ่นอื่นๆ นั่นคือ Touch ID รุ่นที่ 2 ที่รองรับการสแกนลายนิ้วมือทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น

OnionNote สมุดบันทึกที่ไม่ว่าคุณจะเขียนอะไรลงไป คุณจะน้ำตาไหลเหมือนกำลังเล่นบทโศกเศร้า ทั้งที่สมุดก็ไม่ได้มีกลิ่นหัวหอม แต่เวลาเขียนทีไร น้ำตาก็ไหลเหมือนตอนปลอกหัวหอมทุกที เป็นผลงานของ Magnus Ferreus บริษัทผู้ผลิต notebook ในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้คิดค้นและผลิตสมุดบันทึก OnionNote หรือแปลตรง ๆ ตัวว่าสมุดบันทึกหัวหอม มีการเคลือบสาร allyl propyl ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่พบในหัวหอม ซึ่งสารนี้เองที่ทำให้เกิดอาการแสบตาจนน้ำตาไหล สมุดบันทึก OnionNote เล่มนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า เราใช้เวลามากมายในการจดบันทึกลงสมุด แต่สมุดบันทึกไม่เคยมีมีอารมณ์ร่วมใด ๆ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สมุดบันทึกมีส่วนร่วมทางอารมณ์ ลองไปชมคลิปแนะนำกันค่ะ สำหรับโฆษณาสมุดบันทึก OnionNote ก็จะมีเนื้อหาที่ออกแนวตลก สนุกสนาน ที่มีเด็กหนุ่มเขียนสมุดบันทึกด้วยน้ำตานองหน้าเหมือนกำลังเขียนเรื่องราวอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่แล้วความจริงก็คือ เด็กคนนั้นเขียนแค่คำว่า “นิวยอร์กเป็นเมืองใหญ่” ลองไปชมกันค่ะ สำหรับโฆษณาชุดนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเขียนบันทึกลงบนสมุด OnionNote เป็นภาษาญี่ปุ่น เธอร้องไห้น้ำตาไหลพราก เธอคงมีเรื่องราวอะไรที่โศกเศร้าอยู่แน่ ๆ แต่สุดท้ายแล้ว เธอเขียนแค่คำว่า “There’s pudding in the refrigerator” คือมีพุดดิ้งอยู่ในตู้เย็น ลองไปชมกันค่ะ ที่มา thaimarketing.in.th

ใครที่มี Samsung Galaxy Note โดยเฉพาะรุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy Note 5 และเป็นคนที่ชอบดึงปากกาsPen ใช้ในการจด การวาด เป็นประจำแล้วละก็ ระวังการใส่ในช่องเสียบปากกา sPen บนมือถือให้ดี เพราะหากคุณเผลอนำปากกานั้นใส่กลับหัว จะค้างติดกับเครื่องและไม่สามารถดึงออกได้ และหากพยายามดึง จะทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหายได้   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั่วโลกทั้งที่ต่างประเทศมีคนทำคลิปรีวิวตัวเครื่อง Galaxy Note 5 อยู่แต่เผลอใส่กลับด้านแล้ว ค้างแบบนี้ตลอดไปไม่สามารถถอดได้ และถอดยากมาก และไม่เว้นประเทศไทยก็มีคนลองทำลักษณะนี้เช่นกันและยืนยันว่าติดจริง จะถอดหลังปากกา sPen ติดแบบนี้ก็ไม่ได้ด้วย หากจะแก้ปัญหานี้ต้องนำเครื่อง Galaxy Note 5 ไปส่งศูนย์บริการ Samsung ด้วย แต่ไม่ยืนยันว่าเมื่อเอาปากกา sPen ที่ค้างออกมาแล้วจะสามารถทำงานได้อย่างปกติ โดยเฉพาะชิ้นส่วนภายในตัวเครื่อง และระบบติดตามปากกา sPen จะเสียหาย เท่าที่ทราบตอนเสียบปากกาหรือถอดปากกา sPen ออกจากเครื่อง Galaxy Note 5 ก็เป็นรุ่นแรกที่ใช้แบบใหม่ โดยต้องกดก่อนนำปากกาออกจากเครื่อง และตอนใส่ปากกาเข้าเครื่องปกติก็ต้องกดเพื่อล็อคปากกาอยู่ในเครื่องเช่นกัน ทีมงาน Samsung Mobile ประเทศไทย เปิดเผยเหตุการณ์นี้ว่า หากเจอกรณีแบบนี้ ต้องนำเครื่องมาที่ศูนย์ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่ และขณะนี้อะไหล่ของ Galaxy Note 5 ยังไม่เข้ามาในไทยด้วย ดังนั้นใครที่มี Galaxy Note 5 ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใส่ปากกา sPen เข้าเครื่องด้วย และอย่าลอกเลียนแบบดังคลิป เพราะจะทำให้ปากกาติดค้างกับเครื่องแบบนี้ตลอดไป ที่มา it24hrs.com

Tribord ร่วมกับเอเยนซี่ Rosa Park ผลิตเครื่องดื่มกระป๋องเพื่อเตือนสติให้คนตระหนักถึงความทรมานของการจมน้ำทะเล พร้อมกับโปรโมทเสื้อชูชีพ IZEBER50 ที่มีความบางเบา สวมใส่สบาย ทำให้มั่นใจทุกครั้งที่สวมใส่ลงทะเล เพื่อกระตุ้นให้คนตระหนักถึงการจมน้ำมากขึ้น Tribord จึงได้ทำเครื่องดื่มกระป๋อง “WAVE” ขึ้นมา โดยบรรจุน้ำทะเล 100% ลงไปในกระป๋อง เมื่อมีคนดื่มลงไปก็จะต้องตกใจแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งข้างกระป๋องก็จะมีภาพพร้อมข้อความโฆษณาเสื้อชูชีพ IZEBER50 ซึ่งมีคุณสมบัติบางเบา สวมใส่สบาย พร้อมกับข้อความเตือนใจที่อ่านแล้วสื่อได้ว่า “เสื้อตัวนี้จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการต้องลิ้มรสชาติน้ำทะเลจากการจมน้ำ” ผู้คนทั่วไปที่ตกเป็นเหยื่อได้ดื่มเครื่องดื่มกระป๋อง WAVE นี้ มีทั้งรู้สึกเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นแคมเปญที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้คนทั่วไปได้เป็นอย่างดี ลองไปชมคลิปกันค่ะ ที่มา thaimarketing.in.th

Pepsi Max ปล่อยแคมเปญใหม่ “What If” โดยใช้เทคโนโลยีโดรนเข้ามาช่วยตามหาเพื่อนในงานคอนเสิร์ต “Wireless Festival” ที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผู้ร่วมงานราว ๆ 45,000 คน การตามหาเพื่อนในงานคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก ถึงแม้ว่าจะมีโทรศัพท์มือถือก็ตาม Pepsi Max จึงได้ร่วมมือกับ AMV BBDO นำเอาเทคโนโลยีโดนถึง 3 ตัว เข้ามาใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่น “Friend Finders” ลองไปชมคลิปกันเลยค่ะ ที่มา thaimarketing.in.th

Youtube ปรับเปลี่ยนการนับยอดวิวใหม่ ใช้การนับแบบ real-time ไม่จำกัดไว้ที่ 301+ใครที่เข้าไปดู Youtube อยู่เป็นประจำ คงจะพอทราบกันดีว่า เวลาที่มีการอับโหลดวีดีโอขึ้นไปบน Youtube ไม่นาน มีคนกด Like นับพัน แต่ยอดวิวก็จะหยุดอยู่แค่ 301+ นั่นเป็นเพราะ Google ตั้งกฎเอาไว้แบบนั้น เพื่อป้องกันการปั่นยอดวิว ในขณะที่การนับยอด Like และ Dislike นั้นเป็นการนับแบบ real-time ทำให้ตัวเลขอาจจะดูสวนทางกันสักเล็กน้อย ล่าสุด Youtube ประกาศบอกลา 301+ และกล่าวต้อนรับการนับยอดวิวแบบ real-time ผ่าน Twitter Account @ytcreators แล้ว ภาพประกอบจาก nibman.com ที่มา thaimarketing.in.th

Line@ เป็น Official Account สำหรับธุรกิจรายย่อยที่เปิดให้บริการฟรี ประกาศห้ามใช้บัญชี Line@ เพื่อรับจ้างโฆษณาด้วยวิธีการต่าง ๆ ฝ่าฝืนอาจโดนปิดบัญชีได้ในทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า Line@ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้แบรนด์หรือผู้ประกอบการสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายและเป็นทางการมากขึ้น ยิ่งมีเพื่อนมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นเท่านั้น ทำให้ระยะหลัง ๆ มีการสร้างบัญชี Line@ ขึ้นมา และรับจ้างโฆษณา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎของ Line@ อย่างชัดเจน ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ทางทีม LINE@ ได้ตรวจสอบพบว่ามีบัญชีผู้ใช้ LINE@ ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ โดยใช้ LINE@ เป็นสื่อโฆษณาให้แก่บุคคลอื่น เช่น มีการคิดค่าโฆษณาตามจำนวนโพสต์ บน Timeline ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดกับข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อ 13 โดยมีเนื้อความดังนี้ “13. การกระทำต้องห้าม 13.4. การใช้บริการ LINE@ เป็นสื่อโฆษณาให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การใช้บริการ LINE@ เพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของบุคคลอื่น” ท่านสามารถอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดเกี่ยวกับบริการของ LINE@ ได้ผ่านลิงค์ด้านล่างนี้: http://terms2.line.me/lineat_terms?lang=th

TOP