เว็บข่าว The Verge  รายงานว่าในอนาคต Facebook อาจจะเปิดให้เราหาเงินได้จากโพสต์ของตัวเองได้ หลังจากแบบสำรวจตอนหนึ่งมีการถาม ผู้ใช้ว่าคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการหาเงินจากโพสต์ต่างๆใน Facebook ‘’ มีทั้งระบุว่าเป็นเงินค่าทิป (ในกรณีนักแสดง), เนื้อหาที่สนับสนุนจากแบรนด์สินค้าหรือผู้สนับสนุน, การบริจาค, ปุ่มเพื่อให้ทำกิจกรรมแบบอื่น หรือเลือกที่จะแบ่งปันค่าโฆษณาจากโพสต์บน Facebook ซึ่งในปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้เปิดให้เจ้าของโปรไฟล์ต่างๆ สามารถหาเงินได้จากโพสต์บน Facebook’’   ทั้งหมดย้ำว่าเป็นแค่การคาดการณ์ของ The Verge  ซึ่งทาง Facebook จะทำตามหรือไม่ทำก็ได้   ที่มา:Blognone

หลังจากที่ Facebook โดนวิจารณ์สองมาตราฐาน เพราะไม่ยอมเปิดฟีเจอร์แจ้งเหตุร้าย(Safety Check) ให้กับประเทศอื่นๆด้วยเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน ล่าสุด เฮียแกทำพลาดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะไม่เปิด แต่แกเปิดเกือบทั้งหมดเลย เพื่อนแอดมินบางคนยังได้แจ้งเตือน แล้วรายงานกับเพื่อนๆว่าตัวเองปลอดภัยดีรึป่าว ทั้งที่จริงๆแล้วตัวเองอยู่ไทยซะงั้น ที่มา:Blognone

เพื่อนๆคงทราบกันดีว่า Twitter นั้นมีข้อจำกัดที่ 140 ตัวอักษร ซึ่งก็ทำให้แตกต่างแต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ โดยเฉพาะแบรนด์ต่างๆไม่สามารถสื่อสารหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดใน 140 ตัวอักษร ข้อจำกัดนี้ทำให้ Twitter เป็นแค่ตัวกลางที่คอยรับฟังปัญหา แล้วส่งต่อไปยัง แพลตฟอร์มอื่น เช่น โทรศัพท์ หรือ E-mailแต่การเพิ่มให้ Twitter สามารถเขียนข้อความที่ยาวขึ้นได้นั้นแบรนด์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แน่นอน เพราะแบรนด์จะสามารถใช้ Twitter เป็นช่องทางในการตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องโอนไปช่องทางอื่น และลดจำนวนลูกค้าที่จะติดต่อเข้าไปทางคอลเซ็นเตอร์ได้อีกด้วย

ในหลายๆ กรณีที่จู่ๆ แอนดรอยด์คู่ใจของเราที่ใช้มันอยู่ทุกวัน ก็มีอาการรวนๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะการอัพเดทไม่สมบูรณ์บ้าง โดนไวรัสบ้าง แอพฯ บางตัวส่งผลให้ทำงานผิดพลาดบ้าง หลายคนพบเจอปัญหาเหล่านี้ ก็ทนๆ ใช้ไป จนสุดท้ายแอนดรอยด์กลับทนไม่ไหวซะเอง ดับไปซะดื้อๆ อย่างนั้น จะเปิดขึ้นมาก็ค้างอยู่หน้านู้น หน้านี้บ้าง จะเข้าไปทำการ Factory Reset (คืนค่าโรงงาน) ก็เข้าไม่ได้ เพราะไม่สามารถเปิดเมนู Setting (ตั้งค่า) ได้ ก็เลยแก้ปัญหาไม่ได้ไปซะงั้น ซึ่งจริงๆ แล้ว การ Factory Reset นั้น นอกจากจะไปเปิดการใช้งานในส่วนของ Setting แล้ว ยังสามารถสั่งการตอนเปิดเครื่องเหมือน BIOS โหมดของ PC ได้ ซึ่งสำหรับแอนดรอยด์ ก็คือการ Hard Factory Reset ในส่วนของ Recovery Mode นั่นเอง ในการเข้าสู่ Recovery Mode ให้ได้นั้น จำเป็นต้องใช้ปุ่มต่างๆ บนมือถือในการกดเพื่อเข้าไป แต่ก็มีอีกปัญหาหนึ่งก็คือปุ่ม

  iPhone 7 และ iPhone 7 Plus กว่าจะเปิดตัว ก็ปีหน้าโน่น ระหว่างนี้บรรดาแฟนๆ ของ Apple ก็พยายามออกแบบ iPhone 7 ขึ้นมาโดยอาศัยข่าวลือต่างๆ สร้างออกมาเป็นเครื่องคอนเซปส์ แม้ในขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า iPhone 7 จะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็มีตัวเครื่องถูกจินตนาการออกมามากมาย ล่าสุดมีผลงานของดีไซเนอร์ที่ใช้ชื่อว่า SCAVidsHD ได้ออกแบบและทำคลิปออกมาในชื่อ iPhone 7 Edge ทำออกมา 2 คลิป โดยคลิปแรกจะเป็น iPhone 7 แบบที่ปุ่มฝังอยู่ในหน้าจอเลย ส่วนคลิปที่สองจะยังคงมีปุ่มอยู่ จะสวยขนาดไหน ลองชมคลิปทั้งสองด้านล่างนี้ได้เลยจ้ะ

เรื่องความใหญ่ต้องยกให้ซัมซุงเขาล่ะ ถ้าคิดว่า Note 5 (5.7 นิ้ว), Nexus 6P (5.7 นิ้ว) หรือ iPhone 6 Plus (5.5 นิ้ว) มันยังใหญ่ไม่พอ ลองมอง Galaxy A9 จาก Samsung จัดเต็ม 6 นิ้ว จอเป็นแบบ Super AMOLED สีสันสดใส คมชัดทุกสถานการณ์เลยล่ะ ปัญหาเดียว คือ หากชอบใส่กางเกงยีส์ น่าจะพกเจ้านี่ลำบากหน่อยนะ Samsung Galaxy A9 มีสเปคที่น่าสนใจทีเดียว ตัวเครื่องบางเพียง 7.4 มม. ใช้ซีพียู Snapdragon 652, แรม 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB, กล้องหลัง 13Mp, กล้องหน้า 8MP สเปคถือว่าแรงมากแต่น่าแปลกใจที่จะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 ซะงั้น

ถ้าคุณเบื่อแล้ว กับการพกไม้ Selfie ติดตัวไปไหนมาไหนด้วย ลองดูเคสตัวนี้ดีกว่าครับ ไม่ต้องพกไม้ Selfie เพราะมันรวมอยู่ในเคสนี้แล้ว เคส Stikbox เป็นโครงการจากเว็บไซต์ระดมทุน Kickstarter ออกแบบโดย Yekutiel Sherman เคส Stikbox เป็นเคสที่รวมไม้ Selfie เอาไว้ในเคส ตัวเคสหนาเพียง 0.6 นิ้ว ตัวไม้ Selfie ทำจากอลูมิเนียมอย่างดี ถูกพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบด้านหลังเคส สามารถยืดไม้ได้ยาว 28.3 นิ้ว สามารถหักมุม เพื่อให้ได้รูปในองศาที่ต้องการได้ ไม่เพียงเท่านั้น Stikbox ยังสามารถใช้เป็นที่ตั้งโทรศัพท์ได้อีกด้วย ตอนนี้ Stikbox รองรับเพียงแค่ 4 รุ่น คือ iPhone 6/6S และ iPhone 6/6S Plus คนที่ใช้รุ่นอื่นๆ เสียใจด้วยนะครับ ราคาของเคสรนี้อยู่ที่ 19 ยูโร หรือประมาณ 750 บาทไทยนั่นเอง

เผยภาพคอนเซ็ปต์ iPhone 7 แบบตัดช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ออกจากตัวเครื่อง มาพร้อมหูฟัง AirPods แบบใหม่ สวยงามแค่ไหน มาชมกันเลย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2558 เว็บไซต์ handy-abovergleich เผยภาพคอนเซ็ปต์ iPhone 7ชุดใหม่ หลังมีข่าวลือออกมาว่าแอปเปิลเตรียมตัดช่องเสียบหูฟังออก เพื่อทำให้ตัวเครื่องบางขึ้นกว่าเดิม สำหรับคอนเซ็ปต์ชุดนี้แสดงให้เห็นว่าหากแอปเปิลตัดช่องเสียบหูฟังออก หน้าตาของ iPhone 7 จะออกมาในลักษณะไหน นอกจากนี้ทางผู้ออกแบบยังทำหูฟังแบบพิเศษขึ้นมาอีกด้วย เรียกมันว่า AirPods เป็นหูฟังแบบ Bluetooth เพื่อมาแทนหูฟังเสียบสายแบบเดิม และยังได้จินตนาการสเปคด้วยกล้องความละเอียด 15 ล้านพิกเซล และสามารถบันทึกวีดีโอรองรับความละเอียดสูง 5K อีกด้วย       ทั้งนี้ภาพทั้งหมดเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเท่านั้น ยังไม่ใช่ของจริงแต่อย่างใด ภาพจาก handy-abovergleich.ch

เทรนด์ของสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน ได้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้คนในยุคนี้ ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วจากสมาร์ทโฟนคู่ใจ และหากคุณเป็นคนที่อยากใช้สมาร์ทโฟนที่ทันสมัย ซึ่งยุคนี้หากเป็นมือถือรุ่นท็อปๆ แล้ว ก็เรียกได้ว่าจะขาดไม่ได้เลยครับ สำหรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเป็นฟีเจอร์พิเศษในการใช้งาน ช่วยให้ชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้นหัวเว่ย ผู้ผลิตแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Finger Scan มาใช้ใน หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส (Huawei G7 Plus) เพื่อ ให้สาวกแอนดรอยด์ได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า เพราะระบบสแกนลายนิ้วมือของหัวเว่ย ไม่ใช่มีไว้แค่ปลดล็อคหน้าจอเท่านั้นนะครับ ทางนักพัฒนายังเพิ่มความสามารถพิเศษอื่นๆ เข้าไปอีกมากมาย ซึ่งเราจะมาแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักกันครับว่า ระบบสแกนลายนิ้วมือบนมือถือ ทำให้ชีวิตยุคดิจิทัลง่ายขึ้นได้อย่างไร หัวเว่ย จี เจ็ด พลัส โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Finger Scan ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยการติดตั้ง Scanner ไว้ที่ด้านหลังของเครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคสมาร์ทโฟนคู่ใจได้ในเวลาเพียง 0.5 วินาที ซึ่ง ถือว่าไวมากเมื่อเทียบกับระบบของคู่แข่ง รวมไปถึงระบบสแกนลายนิ้วมือนี้ สามารถสแกนได้ทันทีแม้ในเวลาที่หน้าจอไม่ได้เปิดใช้งาน อีกทั้งยังมีตัวสแกนที่มีการตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถสแกนนิ้วได้ 360 องศา ไม่ว่าจะสแกนนิ้วจากมุมไหนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ปุ่มนี้เพื่อ รับสายโทรเข้า เพราะด้วยการออกแบบที่ลงตัว และการวางตำแหน่งของตัวสแกนที่เหมาะสม ทำให้เราสามารถรับสายเรียกเข้าได้แบบสมาร์ทสุดๆ รวมไปถึงเรายังใช้ในการ เลือกดู Notification bar หรือเลื่อนดูภาพใน Gallery โดยใช้การเลื่อนนิ้วบนตัวสแกน แล้วควบคุมเหมือนทัชแพดบนโน้ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่ง ที่ขาดไม่ได้สำหรับยุคนี้เลยก็คือ ใช้สำหรับกดชัตเตอร์ถ่ายรูปได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง ทำ ได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมโหมด Fast Fingerprint Shooting

พัฒนาการของอุตสากรรมสมาร์ทโฟนเวลานี้และก้าวที่กำลังจะมาถึงในช่วงขวบปี 2016 นั้นอาจจะน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะมีรายงานข่าวอ้างอิงออกมาว่าในอนาคตทาง Samsung นั้นตั้งเป้าจะทำให้เทคโนโลยีหน้าจอ AMOLED นั้นสามารถเจาะกลุ่มตลาดได้ในวงกว้างมากขึ้นด้วยลดราคาชิ้นส่วนลงอีกราว 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อโรงงานผลิตแห่งใหม่ของพวก เขาพร้อมดำเนินการในช่วงปีหน้านี้แล้ว และตั้งเป้าที่จะขยายความร่วมมือกับบรรดาผู้ผลิตโทรศัพท์จากประเทศจีนในการ ที่จะนำไปใช้งานกับสินค้าของตนเอง โดยปัจจุบันนี้สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เทคโนโลยีหน้าจอ AMOLED นั้นไม่แพร่หลายอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ก็เนื่องมาจากข้อติดขัดทางเทคโนโลยี เช่น อายุการใช้งานของพิกเซล ระดับความสว่างของหน้าจอ และการสู้แสงแดดกลางแจ้ง เช่นเดียวกับราคาต้นทุนที่ยังสูงกว่าจอเทคโนโลยี LCD อยู่ถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ข้อได้เปรียบนั้นก็อย่างที่ทราบกันดีว่ามีการแสดงสีสันที่สดใส ชัดเจน โดยเฉพาะสีดำที่ดำสนิทไร้การรบกวน และโอกาสที่อาจจะประหยัดแบตเตอรี่ได้ถ้าหากเลือกใช้พื้นหลังหรือธีมที่เน้น การออกแบบด้วยสีดำเป็นหลัก และอาจจะเกิดผลกระทบกับตลาดจอ LCD อย่างยิ่งยวดอีกด้วยเมื่อมีข่าวออกมาติดๆ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าผู้บริหารของ Samsung Display นั้นได้ไปเข้าพบปะเจรจากับทาง Apple ในความพยายามเสนอขายเทคโนโลยีหน้าจอ AMOLED ให้กับเครื่องโทรศัพท์ iPhone รุ่นในอนาคต เช่นเดียวกับการอ้างอิงแหล่งข่าววงในของสำนักข่าว Nikkei Asian Review จากญี่ปุ่นที่เปิดเผยว่า Apple นั้นตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีจอแบบใหม่ในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้า และขอให้ทางผู้ผลิตเตรียมความพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

Tagged under: , ,
TOP