Ping vs MySpace กับตลาด content ออนไลน์ในไทย

by / Thursday, 09 September 2010 / Published in Digital Marketing, Facebook Marketing, News, Social Network Marketing

หลังจากที่ Apple เปิดตัว Ping ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีการตั้งข้อสงสัยว่าแล้วเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เจาะไปที่กลุ่มผู้ฟังเพลงทั้งหลายนั้นจะทำตัวอย่างไร เมื่อ Ping นั้นสามารถเข้าถึงผู้ใช้ iTunes ที่มีจำนวนมหาศาลถึง 160 ล้านคน ในขณะที่ MySpace นั้นมีผู้ใช้ปัจจุบันอยู่ราวๆ 66 ล้านคนเท่านั้น

จริงๆแล้วเรื่องนี้จะว่าไกลตัวคนไทยก็ไม่เชิงซะทีเดียวครับ ถึงแม้ว่า Ping นั้นจะยังใช้กับ iTunes Store ในไทยไม่ได้ และผู้ใช้ MySpace ในไทยก็คงมีไม่มากนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจของการเปิดตัว Ping นั้นคือทิศทางการเคลื่อนขบวนของบริการและเนื้อหาต่างๆ เข้าสู่มือลูกค้าโดยตรง จริงอยู่ว่า ผู้ใช้ MySpace สามารถสั่งซื้อเพลงจากหน้าเว็บของศิลปินได้ แต่มันเป็นการสั่งซื้อเพลงจากร้านค้าเพลงออนไลน์อื่นๆ เช่น iTunes Store, Amazon, Target ซึ่งไม่สะดวกเท่ากับ Ping ซึ่งจุดนี้ทำให้ Ping ได้เปรียบกว่ามาก (แม้จะไม่นับฐานลูกค้าที่กว้างกว่าก็ตาม) อย่างไรก็ดี MySpace นั้นมีความเป็น “สังคมออนไลน์” มากกว่า Ping มาก ผมเคยใช้ MySpace มาพักใหญ่ๆ และได้ลองเล่น Ping นิดหน่อย ความรู้สึกที่ได้คือ MySpace จะให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นเพื่อนกับศิลปินมากกว่า Ping (อาจเป็นเพราะว่า Ping เพิ่งเปิดตัวด้วยก็เป็นได้ครับ) เพราะเราสามารถดูรูปต่างๆ ที่ศิลปินโพสต์ไว้และคอมเมนต์ได้เหมือนเครือข่ายสังคมอื่นๆ ในขณะที่ Ping จะเน้นไปที่เนื้อหาด้านเพลงล้วนๆ ซึ่งจริงๆ ก็อาจจะส่งผลดีต่อยอดขายเพลงซะด้วยซ้ำ

แล้วประเทศไทยล่ะ?

อย่างที่บอกไปแล้วว่าแม้ Ping และ MySpace Music จะค่อนข้างไกลตัวคนไทยไปสักนิด แต่สถานการณ์ในบ้านเราน่าจะได้เวลาเปลี่ยนแปลงเร็วๆนี้ เมื่อเรามีเทคโนโลยี 3G ใช้ เพราะการมาถึงของ 3G จะทำในบริษัทต่างๆ สามารถส่ง content ของตนเข้าถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น โดยอาจจะทำผ่าน App ต่างๆ เท่าที่ผ่านมา ก็จะมี TrueMusic App บน iOS ของค่าย True Music และทาง GMM เองก็กำลังจะก้าวมาเล่นในตลาดนี้เช่นกัน และมีการเปิดรับสมัครนักพัฒนา App สำหรับ iOS และ Android ด้วย (สนใจตามไปดูได้ที่นี่ครับ) จึงเชื่อได้เลยว่า ต่อไปในอนาคตอันใกล้ ตลาดด้าน content ของไทย จะมุ่งมาที่ตลาดออนไลน์/โมบายล์ มากขึ้นอย่างแน่นอน

ได้แต่หวังว่าการประมูล 3G จะผ่านไปได้ด้วยดีละกัน

Comments

  1. JackSparrow says:

    ถ้าค่ายเพลงใหญ่ขยับกันแบบนี้ สงสัยตลาดเพลงออนไลน์น่าจะบูมและเข้ามามีส่วนผลักดันธุรกิจอีคอมเมิร์ชแทนร้านค้าออนไลน์ทั่วไปแน่ๆ

  2. JowSparrack says:

    3G แท้ง ยังไม่คลอดในไทยเลย T_T

  3. Tong says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เยี่ยมไปเลยครับ

TOP